ก.เกษตร ยกระดับคุมเข้มทุเรียนใต้ ส่งออก ใช้ ‘มาตรการกรอง 4 ชั้น PLUS’ สกัดหนอนเจาะเมล็ด มุ่งเป้ารักษาแชมป์ ตลาดทุเรียนคุณภาพ 1.5 แสนล้านบาท

ทุเรียนไทยกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญของการส่งออกในปี 2569 โดยเฉพาะผลผลิตจากภาคใต้ ที่ทยอยออกสู่ตลาดและจะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนมูลค่าส่งออกช่วงครึ่งหลังของปี ขณะที่ประเทศไทยตั้งเป้าส่งออกทุเรียนมากกว่า 150,000 ล้านบาท ท่ามกลางความเสี่ยงจากปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ซึ่งเป็นศัตรูพืชกักกันที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้า

เพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงมอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรยกระดับมาตรการควบคุมคุณภาพทุเรียนใต้ส่งออก ด้วย “มาตรการกรอง 4 ชั้น PLUS” เพิ่มความเข้มงวดตั้งแต่แหล่งผลิต โรงคัดบรรจุ การตรวจรับรองก่อนส่งออก และการติดตามทวนสอบหลังการส่งออก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดโลก โดยเฉพาะประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของไทย

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพและมาตรฐานทุเรียนไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะทุเรียนเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้ประเทศปีละกว่า 1.5 แสนล้านบาท การควบคุมคุณภาพ และการป้องกันปัญหาศัตรูพืชกักกันจึงเป็นเรื่องสำคัญต่อการรักษาตลาดและรายได้ของเกษตรกร

ด้านนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การเพิ่มมาตรการครั้งนี้สอดคล้องกับสถานการณ์ผลผลิตภาคใต้ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภูเขาและพื้นที่ลาดชัน มีสภาพอากาศชื้นและฝนตกต่อเนื่อง ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเข้าทำลายของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนมากกว่าพื้นที่ผลิตบางแห่งในช่วงต้นฤดูกาล

นอกจากนี้ ภาคใต้ยังเป็นฐานการผลิตสำคัญในช่วงปลายฤดูกาลส่งออก ซึ่งมีบทบาทในการรักษาความต่อเนื่องของการส่งออกไทยหลังผลผลิตภาคตะวันออกลดลง ดังนั้น การควบคุมคุณภาพและป้องกันปัญหาศัตรูพืชในพื้นที่ดังกล่าวจึงมีความสำคัญต่อภาพรวมการส่งออกและการบริโภคในประเทศ

สาระสำคัญของมาตรการใหม่ คือ การเพิ่มระบบบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยง โดยแบ่งพื้นที่เป็นสีแดง สีเหลือง และสีเขียว พร้อมเฝ้าระวังศัตรูพืชเชิงรุกและใช้กับดักแสงไฟในพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งกำหนดไทม์ไลน์การกักรอและคัดกรองอย่างชัดเจนตลอดห่วงโซ่อุปทาน มาตรการดังกล่าว เกษตรกรต้องสำรวจสวนก่อนเก็บเกี่ยวอย่างน้อย 7 วัน หลังตัดต้องกักรอผลผลิตไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ขณะที่โรงคัดบรรจุต้องกักรอและคัดกรองเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 72 ชั่วโมง พร้อมเพิ่มการผ่าตรวจในพื้นที่เสี่ยง ส่งผลให้ทุเรียนส่งออกทุกล็อตต้องผ่านการกักรอและคัดกรองรวมไม่น้อยกว่า 96 ชั่วโมง ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจรับรองและออกใบรับรองสุขอนามัยพืช

การกำหนดกรอบระยะเวลาการคัดกรองอย่างชัดเจนตลอดกระบวนการส่งออก เพื่อเพิ่มโอกาสตรวจพบหนอนเจาะเมล็ดก่อนสินค้าออกสู่ตลาดต่างประเทศ และลดความเสี่ยงต่อการถูกแจ้งเตือนจากประเทศคู่ค้า

นอกจากนี้ หากประเทศปลายทางแจ้งพบหนอนเจาะเมล็ด หรือพบความผิดปกติระหว่างการส่งออก กรมวิชาการเกษตรจะดำเนินการสอบสวนย้อนกลับภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมระงับการรับรองสวน โรงคัดบรรจุ หรือล็อตสินค้าที่เกี่ยวข้องเป็นการชั่วคราว และเพิ่มระดับการเฝ้าระวังในฤดูกาลถัดไป

ข้อมูลล่าสุด ไทยส่งออกทุเรียนไปจีน 50,783 ชิปเมนต์ ปริมาณ 824,831.70 ตัน มูลค่า 94,729.41 ล้านบาท โดยภาคใต้มีการส่งออก 8,699 ชิปเมนต์ ปริมาณ 141,753.96 ตัน มูลค่า 15,863.29 ล้านบาท และจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันการส่งออกทุเรียนไทยให้บรรลุเป้าหมายมากกว่า 150,000 ล้านบาทในปีนี้

นายรพีภัทร์ กล่าวว่า มาตรการกรอง 4 ชั้น PLUS เป็นการยกระดับจากการตรวจสอบคุณภาพแบบเดิม สู่ระบบบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้า คุ้มครองรายได้เกษตรกร และรักษาความเป็นผู้นำของทุเรียนไทยในตลาดโลกอย่างยั่งยืน