"สุริยะ" สั่ง "สรวุฒิ" ผนึกกำลัง "รพีภัทร์" บุกมุกดาหาร นำทีม "พระพิรุณ" สกัดทุเรียนสวมสิทธิ์ ลั่น!ไม่สนผู้มีอิทธิพล

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ลงพื้นที่มุกดาหารติดตามสถานการณ์ลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรตามแนวชายแดน ย้ำทุเรียนสวมสิทธิ์เป็นภัยต่อความเชื่อมั่นสินค้าไทย สั่งเข้มทุกด่านทั้งทางบกและทางน้ำ พร้อมขอข้อมูลผู้กระทำผิดเพื่อขยายผลและบังคับใช้กฎหมายถึงที่สุด

นายสรวุฒิ กล่าวว่า ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์พระพิรุณ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมายที่ส่งผลเสียต่อประเทศชาติ ได้ลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหารและรับฟังการบรรยายสรุปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตาม กำกับ และตรวจสอบสถานการณ์ โดยเฉพาะกรณีทุเรียนสวมสิทธิ์จากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งได้รับรายงานว่าตามแนวแม่น้ำชายแดนอาจมีโอกาสเล็ดลอดเข้ามาสวมสิทธิ์ได้ อันส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสินค้าเกษตรไทยและผู้บริโภคในตลาดโลก

นายสรวุฒิ กล่าวว่า สำหรับสินค้าเกษตรอื่น ๆ ที่มีการค้าขายตามประเพณีอยู่แล้ว และเป็นสินค้าที่คนไทยมีความต้องการบริโภคนั้น จะมีการหารือถึงแนวทางการนำเข้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากสินค้าที่ลักลอบนำเข้ามาส่วนใหญ่มักถูกนำไปบริโภค หากไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ อาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกร และหากมีโรคพืชหรือศัตรูพืชที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ทันท่วงที ก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้

ทั้งนี้ จะมีการดูแลอย่างเข้มงวดทุกมิติ ครอบคลุมทุกด่านทั้งทางบกและทางน้ำ โดยหากมีเบาะแสหรือข้อมูลเกี่ยวกับผู้กระทำความผิดขอให้แจ้งมา เพื่อประโยชน์โดยรวมของประเทศ

“กรณีที่มีการส่งข้อมูลมาระบุว่ามีการลักลอบนำเข้าสินค้าในพื้นที่ต่าง ๆ ขอให้แจ้งรายละเอียดให้ชัดว่าเป็นใคร สินค้าอะไร และเกิดขึ้นเมื่อใด พร้อมย้ำว่าจะใช้กลไกด้านกำลังพลและกฎหมายที่มีอยู่บังคับใช้อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าไม่สามารถยอมให้การกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับขบวนการผู้มีอิทธิพล จะมีการขยายผลและบังคับใช้กฎหมายถึงที่สุด เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค” นายสรวุฒิกล่าว

ด้านนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้ยกระดับความร่วมมือกับด่านศุลกากร หน่วยงานความมั่นคง ด่านกักกันสัตว์ ด่านประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเฝ้าระวังและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย รวมถึงป้องกันการลักลอบส่งออกพืชสงวนและทรัพยากรพันธุกรรมพืชของประเทศ

ที่ผ่านมา สามารถตรวจจับการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายได้แล้ว 29 คดี ยึดของกลางรวมกว่า 69,127.5 กิโลกรัม โดยสินค้าสำคัญที่ตรวจพบ ได้แก่ มะม่วง มะม่วงแก้วขมิ้น ข้าวสารไรซ์เบอร์รี่ กระเทียม อะโวคาโด และพริกไทย ซึ่งล้วนเป็นสินค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบการผลิตภายในประเทศหากหลุดรอดจากการควบคุม

นายรพีภัทร์ กล่าวว่า ศูนย์พระพิรุณ (ศพร.) จะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการบูรณาการข้อมูล การข่าว การสืบสวน และการปฏิบัติการร่วม เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดที่กระทบต่อภาคการเกษตรไทย ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกทางการค้า การคุ้มครองเกษตรกร และการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศอย่างยั่งยืน

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตรวจยึดมะม่วงแก้วขมิ้น 520 กิโลกรัม และอะโวคาโด 100 กิโลกรัม ที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต สะท้อนถึงความจำเป็นในการยกระดับการเฝ้าระวังเชิงรุกในพื้นที่ชายแดน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของศัตรูพืช การแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรไทย