"สรวุฒิ" ควง "รพีภัทร์" บุก ด่านตรวจสุวรรณภูมิ ย้ำตรวจสอบสินค้าเกษตรเข้มงวด ได้รับความเชื่อมั่นจากตลาดโลก เตือนผู้ลักลอบนำเข้าและสวมสิทธิ์สินค้าเกษตรหยุดพฤติกรรมผิดกฎหมาย ชี้หากกระทบความเชื่อมั่นคู่ค้าเสียหายทั้งประเทศ พร้อมประกาศชัด "ไม่รับเคลียร์ ไม่ปล่อยผ่าน" เดินหน้ากวาดล้างพร้อมชุดเฉพาะกิจ "พระพิรุณ" ขณะที่กรมวิชาการเกษตรสั่งคุมเข้มด่านทั่วประเทศ โดยเฉพาะแนวชายแดน
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้รับความเชื่อมั่นจากประเทศคู่ค้าและผู้บริโภคทั่วโลก เนื่องจากมีระบบตรวจสอบสินค้าเกษตรที่เข้มงวด มีขั้นตอนที่ชัดเจน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดกระบวนการ โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิถือเป็นด่านสำคัญในการส่งออกสินค้าพืชและสัตว์ของไทย ซึ่งมีการคัดกรองสินค้าอีกชั้นก่อนส่งออก ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประเทศปลายทางและผู้บริโภคทั่วโลก

นายสรวุฒิ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงาน ทำให้มั่นใจว่าประเทศไทยมีระบบควบคุมมาตรฐานสินค้าเกษตรที่เข้มแข็ง และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สินค้าเกษตรไทยได้รับการยอมรับในตลาดโลก

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมสนับสนุนการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านเครื่องมือ เทคโนโลยี และการพัฒนาระบบดิจิทัล เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการปฏิบัติงานและความโปร่งใสในการตรวจสอบ พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มให้เกษตรกรสามารถตรวจสอบข้อมูลของตนเองได้สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยป้องกันการสวมสิทธิ์สินค้าเกษตร และเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายสรวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพสินค้าเกษตรส่งออกอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะทุเรียนซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศ หากพบสิ่งที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค จะต้องมีการเฝ้าระวังและตรวจสอบอย่างใกล้ชิด
“การลักลอบนำเข้าและการสวมสิทธิ์สินค้าเกษตรถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ขอเตือนไปยังผู้ที่คิดจะกระทำความผิดว่าอย่าเสี่ยง เพราะแม้จะเป็นผลประโยชน์ของคนเพียงไม่กี่กลุ่ม แต่ความเสียหายจะตกอยู่กับประเทศทั้งประเทศ หากสินค้าผิดกฎหมายหลุดรอดออกไปจนกระทบความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้า สิ่งที่เสียหายไม่ใช่เพียงทุเรียนหรือสินค้าใดสินค้าหนึ่ง แต่คือความน่าเชื่อถือของสินค้าเกษตรไทยทั้งระบบ” นายสรวุฒิ กล่าว

นายสรวุฒิ ย้ำว่า หากตรวจพบการกระทำผิด จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีจุดยืนชัดเจน “ไม่รับเคลียร์ ไม่ปล่อยผ่าน” พร้อมเดินหน้าปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมายผ่านชุดเฉพาะกิจ “พระพิรุณ” อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ และจะยกระดับความเข้มข้นในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายมากยิ่งขึ้น เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรไทยและรักษาความเชื่อมั่นของตลาดโลก

ด้านนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังหัวหน้าด่านทั่วประเทศให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าเกษตรทุกมิติ โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวชายแดน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน
ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าจะมีการลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย เนื่องจากกรมวิชาการเกษตรมีข้อจำกัดทั้งด้านอำนาจหน้าที่และกำลังเจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งยกระดับการป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย และคุ้มครองผลประโยชน์ของเกษตรกรไทยอย่างเข้มงวด














