ตำรวจแถลงปิดคดี "นายเอี้ยง" มือแทง "น้องน้ำหวาน" รับก่อเหตุหวังขืนใจ ก้มกราบขอขมา "พ่อเหยื่อ" ลั่น "ขอให้ตายในคุก"

วันที่ 13 มิ.ย. เวลา 14.30 น. พล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี , นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี และมีการเชิญพ่อของผู้ก่อเหตุ , พ่อของผู้เสียชีวิต รวมทั้งนายเอี้ยงผู้ก่อเหตุก็ร่วมแถลงข่าวด้วย

โดย พล.ต.ต.วรวัฒน์ ได้ลำดับเหตุการณ์ของวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 06.00 น. น้องน้ำหวานอายุ 17 ปี กำลังขับรถจักรยานยนต์ไปโรงเรียน โดยพ่อของผู้เสียชีวิตรอส่งลูกไปโรงเรียนตามปกติ แต่วันเกิดเหตุพ่อไม่เห็นน้องน้ำหวานขับรถออกมา จากนั้นพ่อได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จึงรีบขับรถออกไปดู ไม่เจอรถลูกอยู่บนถนน แต่เห็นคนร้าย คือนายเอี้ยง ใส่หมวกปิดบังใบหน้า กำลังเดินข้ามถนนหนีไป

จากนั้นลูกสาววิ่งมาขอความช่วยเหลือ บอก “ช่วยหนูด้วยหนูโดนแทง” จากนั้นมีการนำผู้เสียชีวิตไปส่งที่อนามัยซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1.8 กิโลเมตร แต่บาดแผลที่เกิดขึ้นรุนแรงมากทำให้น้องน้ำหวานเสียชีวิตในที่สุด โดยบาดแผลพบว่าในเอี้ยงใช้มีดฟันเข้าที่บริเวณหัว แขน และโดนจุดสำคัญหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณช่วงอก

โดยคนร้ายได้มีการดักรอน้องน้ำหวานที่ข้างทาง เมื่อสบโอกาสจึงปรี่เข้าไปทำให้น้องน้ำหวานชนผู้ก่อเหตุจนได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า จากนั้นรถล้มและผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดทำร้ายน้องจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นมีการลากผู้เสียชีวิตเข้าไปข้างทาง และใช้มีดจ้วงแทงน้องที่จุดสำคัญ 2 จุด เนื่องจากน้องตะโกนขอความช่วยเหลือ

เจ้าหน้าที่ระดมกำลังจนสามารถจับกุมคนร้ายได้ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน ซึ่งจากการสืบสวนของกองกำกับการสืบสวนพบรองเท้าของผู้ก่อเหตุตกอยู่ในที่เกิด โดยพ่อของผู้ก่อเหตุยืนยันว่าเป็นรองเท้าของลูกตน

อีกทั้งยังพบของกลางเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่ใช้ในการก่อ ถุงมือเปื้อนเลือด

ระหว่างการสอบปากคำพบว่านายเอี้ยงให้การวกวน ทั้งนี้ยังมีพยานบุคคล คือป้าของ ผู้ก่อเหตุสารภาพกับป้าว่า “เมื่อเช้าเพิ่งไปแทงคนมา” ยังพบเชือกที่ร้อยกุญแจของรถผู้ก่อเหตุพบว่ามีคราบเลือดอยู่

จากการสอบสวน ทราบว่า นายเอี้ยง ยอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง และสาเหตุที่ก่อเหตุเนื่องจากตนประสงค์จะข่มขืนผู้เสียชีวิต ส่วนกระแสข่าวก่อนหน้านี้ที่มีการเปิดเผยว่านายเอี้ยงมักจะไปส่อง Facebook ของผู้หญิงรายอื่นเพื่อหวังก่อเหตุนั้น พล.ต.ต.วรวัฒน์ ระบุว่า ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากพบว่ากรณีนี้นายเอี้ยงเพิ่งทำเป็นครั้งแรก

ซึ่งหลังจากที่มีการแถลงข่าวเสร็จ ในเอี้ยงมีการขอขมาพ่อผู้เสียชีวิต โดยนายเอี้ยงไม่พูดอะไร มีเพียงยกมือไหว้และก้มกราบลงเท่านั้น จากนั้นพ่อผู้เสียชีวิตพูดกับนายเอี้ยงว่า “ขอให้มึงตายในคุก”

นอกจากนี้ยังพบประวัติการกระทำความผิดของนายเอี้ยงในปี 2552 คดีอาญา สภ.ลานสัก ในข้อหา ข่มขืนใจผู้อื่นฯ กักขังหน่วงเหนี่ยว จำคุก 1 ปี 12 เดือน , ปี 2556 คดีอาญาสภ.ตลุกดู่ ในข้อหาชิงทรัพย์ จำคุก 8 ปี โดยพ้นโทษเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2562 , ปี 2564 คดีอาญาสภ.ตลุกดู่ ในข้อหาพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี จับคุก 3 ปี 12 เดือน ปรับ 500 บาท ซึ่งพ้นโทษมาล่าสุด วันที่ 23 ตุลาคม 2568 นายเอี้ยงพ้นโทษได้เพียง 8 เดือน ก็มาก่อเหตุกับน้องน้ำหวาน

ส่วนประวัติการใช้สารเสพติดขณะก่อเหตุ ไม่พบว่านายเอี้ยงใช้สารเสพติดแต่อย่างใด แต่ พล.ต.ต.วรวัฒน์ กล่าวว่า คดีที่นายเอี้ยงก่อเหตุผ่านมา ตนเชื่อว่ามีการใช้สารเสพติด โดยในขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม

เมื่อถามพ่อผู้ก่อเหตุว่าที่ผ่านมาลูกชายมีการใช้สารเสพติดหรือไม่ พอระบุว่าไม่มีการใช้สารเสพติด แต่ตั้งแต่เด็กนายเอี้ยงเป็นคนที่สติไม่ดี