ตำรวจ สนธิกำลังกว่า 50 นายปิดล้อมจับตัวคนร้ายดักแทง "น้องน้ำหวาน" นักเรียน ม.6 ขณะขี่รถไปโรงเรียน จนพ่อวิ่งมาช่วยแต่ไม่ทัน ล่าสุดผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เพิ่งออกจากคุกมาได้ 8 เดือนในคดีข่มขืน และอีกหลายคดี ด้านชาวบ้านบุกโรงพักรอดูหน้า
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.อุทัยธานี สภ.สว่างอารมณ์ สภ.ตลุกดู่ พร้อมผู้ใหญ่บ้าน ชุดชรบ. อปพร. กว่า 50 นาย นำกำลังพร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัย ในพื้นที่หมู่ 15 ต.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน ห่างจุดเกิดเหตุเพียง 9 กิโลเมตร หลังพบเป็นบุคคลเป้าหมายสำคัญในคดีฆ่า "น้องน้ำหวาน" นักเรียนหญิง ม.6 วัย 17 ปี ซึ่งเจ้าตัวยังคงหลบหนี ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดล้อมพื้นที่และเร่งติดตามตัวอย่างกระชั้นชิด
ทราบชื่อ คือ นายสัมพันธ์ หรือ เอี้ยง อายุประมาณ 30 กว่าปี โดยทันทีที่มาถึงพบว่ามีพ่อของนายเอี้ยงอยู่ภายในบ้านเพียงลำพัง ส่วนนายเอี้ยงหลบหนีออกจากบ้านเข้าป่าสวนยาง ตำรวจจึงทำการปิดล้อมบ้านของนายเอี้ยง ก่อนจะติดตามจับกุมตัวนายเอี้ยงได้ในป่า และสอบถามเบื้องต้นว่าได้ลงมือฆ่า น้องน้ำหวาน หรือไม่ ซึ่งนายเอี้ยงให้การรับสารภาพ ว่าเป็นคนลงมือฆ่าน้องน้ำหวานจริง เจ้าหน้าที่จึงได้คุมตัวมายัง สภ.ตลุกดู่ เพื่อทำการสอบสวน พร้อมกับลงบันทึกประจำวัน ก่อนนำตัวส่ง สภ.สว่างอารมณ์
ขณะที่ ตำรวจได้เชิญ นายติ่ง (นามสมมติ) พ่อของนายเอี้ยงมาสอบเป็นพยาน ด้านพ่อเผย รองเท้าที่ตกในที่เกิดเหตุเป็นของตนเองซึ่งลูกชายเอามาสวมใส่ ส่วนเรื่องที่ลูกชายตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม นักเรียน ม.6 ยืนยันว่าไม่ทราบเรื่องมาก่อน
นายติ่ง บอกว่า ช่วงเช้าวันเกิดเหตุ ลูกชายออกจากบ้านไปกินก๋วยเตี๋ยว และเมื่อกลับมาก็มีท่าทีปกติ แต่สังเกตเห็นว่าบริเวณหัวเข่ามีรอยถลอกและคราบเลือด โดยลูกชายอ้างว่าเกิดจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ล้ม
กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำภาพรองเท้าแตะมาให้ดู จึงจำได้ทันทีว่าเป็นรองเท้าของตนเองที่ลูกชายใส่ไปก่อเหตุ ส่วนกรณีที่ลูกชายเคยมีประวัติต้องโทษในคดีข่มขืน นายติ่ง ระบุว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าวมาก่อน แต่ยอมรับว่าลูกชายมีอาการป่วยทางจิต และไม่ยอมกินยารักษา
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าที่ สภ.สว่างอารมณ์ โดยพบว่ามีประชาชนกว่า 50 คน มาเฝ้ารอติดตามอยู่ที่ด้านหน้าโรงพัก หลังทราบข่าวว่ามีการ ควบคุมตัวคนก่อเหตุได้แล้วและอยู่ระหว่างนำตัวมา ซึ่งทุกคนอยู่ในความโกรธแค้นที่ได้ทำกับน้องน้ำหวานจนเสียชีวิต
ขณะเดียวกัน ทีมข่าวยังได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่า นายเอี้ยง ได้ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือใช้อาวุธมีดแทง “น้องน้ำหวาน” จนเสียชีวิต โดยอ้างว่า มีเจตนาจะข่มขืน แต่ผู้เสียชีวิตพยายามต่อสู้และขัดขืน ทำให้เกิดบาดแผลลึกบริเวณมือจากการป้องกันตัว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของนายเอี้ยง เนื่องจากพบคราบดินโคลนบริเวณล้อ ซึ่งเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่ใช้ในการก่อเหตุ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายเอี้ยงมาถึง สภ.สว่างอารมณ์ ทางผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เจ้าตัวไม่ตอบคำถามแต่อย่างใด แค่พยักหน้ายอมรับว่าได้ก่อเหตุฆ่าน้องน้ำหวานจริง
โดยการสอบปากคำครั้งนี้ ทาง พล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี มาสอบปากคำนายเอี้ยง ด้วยตนเอง ก่อนจะคุมตัวไปอีกห้องบริเวณชั้น 2 เพื่อสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นทราบว่าก่อนหน้านายเอี้ยงเคยกระทำความผิดในคดีข่มขืน พรากผู้เยาว์ เสพยาเสพติดให้โทษ ชิงทรัพทย์ และอีกหลายคดี โดยเพิ่งออกจากเรือนจำมาได้ไม่ถึงปี (8 เดือน) แล้วมาก่อเหตุอีก
อย่างไรก็ตาม วันนี้ (13 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่จพนำตัวนายเอี้ยงไปค้นหาอาวุธมีด และเสื้อผ้าที่ก่อเหตุ ก่อนทำแผนฯ อีกครั้ง

















