"ทราย สมุทร" เดือด! ฉีกสัญญาปิดปากจากตระกูล ส่วนไกล่เกลี่ยกับแม่ไม่สำเร็จ คาดนัดไกล่เกลี่ยอีกครั้ง 16 มิ.ย. นี้ ด้านทีมทนายเผย แม่เครียด ยันไม่มีแม่คนไหนไม่รักลูก
วันที่ 10 มิ.ย. 2569 หลังใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมงในการไกล่เกลี่ย บรรยากาศหน้าศาลแพ่งพระโขนง ยังเต็มไปด้วยแฟนคลับที่รอให้กำลังใจนายทราย สมุทร ทันทีที่ทรายเดินทางมาถึงที่สัมภาษณ์ เหล่าแฟนคลับได้พร้อมใจกัน ตะโกนว่า “ทราย สมุทร สู้ ๆ!” และเข้าไปโผกอดให้กำลังใจ และมอบของให้เป็นที่ระลึก พร้อมบอกว่า “ทรายสู้ๆไม่เป็นไรนะ”

ทราย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน พร้อมกับนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และ น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือ “ทนายปุ้ย” และอาจารย์คมสัน โพธิ์คง โดยทรายเปิดเผยว่า ตนได้นำสัญญาที่ทำไว้เมื่อปี 2566 เป็นสัญญาที่ทำขึ้นมาเพื่อปิดปากตน ตอนที่ตนถูกพี่เลี้ยงข่มขืน ทั้งที่ตนเองไปขอความช่วยเหลือ ขอความรักจากครอบครัว แต่กลับได้สัญญาปิดปาก ห้ามไม่ให้พูดเนื้อหาที่ถูกกระทำเพื่อรักษาเกียรติยศของครอบครัว มองว่าเป็นสัญญาปิดปากที่ซื้อความเป็นมนุษย์ของตน โดยในสัญญาระบุว่า จะให้ปีละ 5 ล้านบาท และมีข้อระบุชัดเจนว่า ผู้รับสัญญาจะตกลงรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงของตระกูล ซึ่งเรื่องนี้คนในครอบครัวก็รับรู้ ในวันเดียวกันตนก็ได้เล่าเรื่องที่ถูกพี่ชายกระทำให้ครอบครัวได้รับรู้ ซึ่งในสัญญานี้ระบุไว้ด้วยว่า หากทำผิดสัญญาจะหยุดให้เงิน โดยวันนั้นตนได้เซ็นสัญญาไปด้วยความไม่รู้ พอโตขึ้นมาจึงรู้ว่าไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเงิน ความจริงไม่มีวันตาย ก่อนที่ทรายจะฉีกสัญญาฉบับดังกล่าว พร้อมบอกว่า ตนไม่เล่นแบบนี้ ความเป็นมนุษย์ซื้อไม่ได้ และหลังจากที่ฉีกสัญญาใบนี้แล้ว จะนำไปใส่ถังขยะรีไซเคิล เพื่อทำประโยชน์ให้มากกว่านี้

ทั้งนี้ อาทิตย์ที่ผ่านมา ตนไปเจอพินัยกรรมของคุณตาและคุณยายที่ทนายความช่วยคัดให้ จึงได้พบเอกสารดังกล่าว ซึ่งตนไม่เคยเห็นมาก่อน พอไปถามคนในครอบครัว เขาบอกว่าไม่ได้มีอะไร แต่จากการตรวจสอบพบว่ามีทรัพย์สินหลายอย่างที่ไม่เคยรู้เลยว่าคุณยายทิ้งไว้ให้ และไม่เคยรู้ว่า “นา” ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของตน มีชื่อเป็นพยานอยู่ในพินัยกรรมฉบับนั้น ส่วนรายละเอียดนอกเหนือจากนี้ ตนจะโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวอีกครั้ง ส่วนรายละเอียดในคดี ตนไม่สามารถให้ข้อมูลได้ คู่กรณีก็ไม่สมควรที่จะพูดอะไร นอกจากเรื่องที่มีการนัดไกล่เกลี่ยกันในอาทิตย์หน้า
เมื่อถามว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง นายทราย เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้ไม่มีคำบรรยายใดมาแทนความรู้สึกได้ ไม่สามารถมีใครมาซื้อเสียงของตนเองได้ ไม่ว่าเงินหรืออำนาจจะมากแค่ไหนก็ตาม
ด้านทนายคมสัน เปิดเผยว่ารายละเอียดในการไกล่เกลี่ยวันนี้ศาลไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ แต่คงไม่สามารถบอกได้ว่าใช้บังคับได้หรือไม่ เพราะที่อยู่ที่ศาลพิจารณา แต่สัญญาดังกล่าวถือว่าขัดต่อเสรีภาพในการพูด

ด้าน ดร.ทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร เปิดเผยว่า วันนี้เป็นขั้นตอนในการไกล่เกลี่ยยังไม่มีใครแพ้หรือชนะ และแม่มีความประสงค์ที่จะเดินทางมาร่วมไกล่เกลี่ยแต่มาไม่ได้เนื่องจากเครียดรับประทานยาเข้าไปโดยขั้นตอนในการพิจารณาไกล่เกลี่ยในวันนี้ไม่ให้เปิดเผย รายละเอียด โดยจะมีการพิจารณาไกล่เกลี่ยกันอีกครั้งในวันที่ 16 มิถุนายนเวลา 09:00 น. ส่วนคุณแม่จะเดินทางมาด้วยหรือไม่นั้นยังไม่ทราบ ส่วนทางแม่จะมีความยืดหยุ่นมากแค่ไหนนั้น ระบุว่าส่วนตัวไม่รู้ แต่มีแนวโน้มที่ดีในการไกล่เกลี่ย เพราะทั้งสองฝั่ง จะนำข้อเสนอของแต่ละฝั่งไปพิจารณากัน ทนายยัง ระบุด้วยว่าแม่ของนายทราย ขณะนี้มีความเครียด และต้องทานยาเพราะเรื่องที่เกิดเกี่ยวข้องกับคนมี่แม่รัก และกล่าวว่า“ไม่มีแม่คนไหนไม่รักลูก”

















