หญิงวัย 56 แจ้งความซื้อเก๋งมือสองหวังขับรับส่งหลาน ถามคนขายแล้วว่าเป็นรถแท็กซี่มาก่อนหรือเปล่า คนขายยืนยันไม่เคยเป็นแท็กซี่ เป็นรถบ้านมือสอง แต่ภายหลังเจอรอยสีเขียวเหลืองแบบนี้ ติดต่อกลับไปทวงถามกลับบ่ายเบี่ยง ไม่รับสาย
วันที่ 10 มิ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้า สภ. สวนพริกไท จังหวัดปทุมธานี นางสุวดี อายุ 56 ปี นำรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีขาว พร้อมหลักฐานการซื้อขายรถ เข้าพบ พ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก.สภ.สวนพริกไท เพื่อขอความช่วยเหลือให้ตำรวจเร่งติดตามคดี หลังจากได้เคยเดินทางมาแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ว่าได้มีการตกลงซื้อขายรถยนต์เก๋ง โดยอ้างว่าเป็นรถบ้านแต่ถูกหลอก นำรถที่ถูกถอดป้ายจากการวิ่งรถแท็กซี่สาธารณะมาขายให้ และเมื่อติดต่อไปทางนายหน้าที่เป็นผู้ขายรถให้ ก็ไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด โดยทางนายหน้าอ้างว่าอยู่ระหว่างติดต่อกับนายทุนแต่เรื่องก็เงียบไป ด้านผู้เสียหายจึงเดินทางเข้าพบตำรวจเพื่อขอให้เร่งติดตามช่วยเหลือเรื่องคดีดังกล่าวที่เคยมาแจ้งไว้ เมื่อตรวจสอบสภาพรถที่มีการตกลงซื้อขายไป พบว่ามีร่องรอยสีเขียวเหลืองอยู่ที่ บริเวณขอบด้านในของฝาเติมน้ำมัน และตามขอบประตูบางจุด นอกจากนี้ยังพบว่าด้านท้ายรถมีร่องรอยการถอดถังแก๊สออกไปเช่นกัน

นางสุวดี ผู้เสียหาย ให้การว่า ตนเองอยู่กับหลานเพียงสองคน แต่มีความประสงค์จะซื้อรถยนต์เพื่อไว้ใช้ขับส่งหลานไปโรงเรียนหรือขับไปเที่ยวที่อื่น เพื่อจะไม่ให้ลำบากเวลาไปไหน จากนั้นได้ค้นหาประกาศขายรถยนต์มือสองผ่านสังคมออนไลน์ ต่อมาวันที่ 12 พ.ค. ได้พบเพจเฟซบุ๊กซึ่งระบุว่า "รถบ้าน" และพบคลิปวีดีโฆษณาขายรถยนต์ โยโยต้า อัลติส สีขาว ในราคา 99,000 บาท จึงสนใจ จากนั้นได้ติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ประกาศไว้หน้าเพจดังกล่าวเพื่อขอรายละเอียด จากนั้นได้เพิ่มเพื่อนผ่านไลน์ และมีการส่งภาพรถยนต์คันดังกล่าว และแจ้งว่าลดราคาให้เหลือ 95,000 บาทหากซื้อสด โดยขณะนั้นตนเองเห็นว่าสภาพรถจากภาพที่ส่งมาให้เป็นที่น่าสนใจ และจะตกลงซื้อขายกัน จึงได้ ตกลงนัดหมายกัน ทางเพจได้ส่งโลเคชั่นมาให้ เพื่อให้เดินทางไปดูรถ พร้อมส่งเลขบัญชีสำหรับโอนเงินค่ารถมาให้ก่อน โดยขณะนั้นตัวเองได้ออกจากบ้านและนำเงินสดที่เก็บสะสมมาได้ไปที่ธนาคาร เพื่อนำเงินเข้าจะไปเข้าบัญชีและจะโอนให้ แต่เจ้าหน้าที่ธนาคารไม่โอนเงินให้เนื่องจากเกรงว่าจะถูกหลอกลวง ตนเองจึงโทรกลับไปบอกทางนายหน้าที่นัดหมายกันว่าทางธนาคารไม่ทำธุรกรรมให้ จากนั้นบุคคลดังกล่าวที่เป็นนายหน้าได้ส่งโลเคชั่นมาให้ตนเอง เพื่อนำเงินไปมอบให้กันที่บ้านย่านสวนพริกไทย อ.เมือง จ.ปทุมธานี

จากนั้น จึงเดินทางมากับน้อง และเมื่อมาถึงพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่หน้าบ้าน มีผู้หญิงขับรถยนต์มา พร้อมทั้งแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของรถยนต์คันที่จะขาย ตนเองจึงได้ตรวจสอบรถยนต์ เปิดรถ พร้อมให้น้องที่ไปด้วยทดลองขับ พบว่าเกียร์ถอยหลังมีเสียงดังกึกๆ และเครื่องสั่น จึงได้แจ้งหญิงคนดังกล่าว แต่เขาแจ้งว่าจะเปลี่ยนน้ำมันเกียร์และดูแลสภาพให้ โดยระหว่างนั้นตนเองจึงสอบถามว่าเคยถูกใช้งานเป็นรถแท็กซี่หรือไม่ หญิงคนดังกล่าวแจ้งว่าไม่เคยเป็นรถแท็กซี่ แต่รถบ้านมือสอง จากนั้นมีการตกลงซื้อรถยนต์คันดังกล่าวจำนวน 95,000 บาท และทำสัญญาเป็นหนังสือซื้อขาย และเดินทางกลับ

นางสุวดี กล่าวอีกว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 69 ได้มีผู้ชายขับรถยนต์คันดังกล่าวมาส่งมอบยังหน้าบ้าน และชายคนดังกล่าวได้พูดกับตนเองว่า ตอนซื้อรถได้ดูรถบ้างหรือไม่ น่าจะโดนหลอกแล้ว จึงได้นำรถไปเติมน้ำมัน พบว่าภายในฝาน้ำมันบริเวณขอบฝาถังน้ำมันมีสีเขียวเหลืองคล้ายกับรถแท็กซี่ จึงได้รีบโทรไปหานายหน้าที่เป็นผู้หญิง และบอกกับเขาว่ารถที่มาส่งให้เป็นรถแท็กซี่ไม่ใช่รถบ้าน พร้อมทั้งบอกไปว่า จะคืนรถยนต์คันดังกล่าวหรือนำรถไปขายแล้วนำเงินมาคืน เนื่องจากรถยนต์คันดังกล่าวถูกใช้งานเป็นแท็กซี่มาก่อน ทั้งที่ได้มีการสอบถามกันแล้วและบอกว่าเป็นรถบ้าน จากนั้นหญิงคนดังกล่าวขอไปคุยกับนายทุนก่อน จากนั้นก็พยายามติดต่อหญิงคนดังกล่าว แต่ไม่รับสาย เมื่อใช้เบอร์ของผู้อื่นโทรไป กลับรับสาย จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวงจึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินการตามกฎหมาย

พ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก.สภ.สวนพริกไท เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้พิจารณาข้อเท็จจริงแล้วพบว่า เป็นเรื่องของการซื้อขายรถยนต์มือสองซึ่งผู้เสียหายมีความประสงค์ที่จะซื้อรถ โดยจุดประสงค์คือต้องการซื้อรถบ้านที่เป็นรถมือสอง มีการเน้นย้ำกับทางผู้ขายว่ารถดังกล่าวเป็นรถบ้านใช่ไหมไม่ใช่รถแท็กซี่ ซึ่งทางผู้ขายก็ยืนยันว่าเป็นรถบ้าน ก็มีการตกลงซื้อขายกัน แต่ทางผู้เสียหายกลับมาทราบทีหลังว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถแท็กซี่ และนำไปตรวจสอบที่ขนส่งก็พบว่ารถคันดังกล่าวเคยจดทะเบียนเป็นรถแท็กซี่สาธารณะมาก่อน และมีการแจ้งถอดถังแก๊สออกไปซึ่งไม่เป็นตามวัตถุประสงค์ จึงมาแจ้งความ

ซึ่งวันนี้ได้สอบปากคำของผู้เสียหาย แล้วจะได้ติดต่อทางด้านนายหน้าผู้นำรถมาขายมาพูดคุยกัน เพราะเป็นความผิดเข้าข่ายการฉ้อโกง ซึ่งก็สามารถเข้ามาพูดคุยเพื่อตกลงกันได้ แต่ทางผู้เสียหายก็แจ้งว่า ได้ติดต่อไปทางผู้ขายแล้วแต่ไม่มาเจรจา ซึ่งหากทางผู้ขายไม่เข้ามาให้ข้อมูลก็จะได้ให้พนักงานสอบสวนดำเนิน การออกหมายเรียกตามขั้นตอนและขั้นตอนการออกหมายจับเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป














