ไม่กล้าขี่รถฝ่าฝนอีกแล้ว! "พลเมืองดี" เล่านาทีเฉียดตาย หลังขี่รถตามหลัง "ไรเดอร์ถูกฟ้าผ่า" คาดชนวนเหตุจากโลหะใกล้ตัว พบหมวกกันน็อก-สร้อยพระ-กระเป๋าพังยับ ยัน! ไม่เกี่ยวเปิด GPS

จากเหตุการณ์ระทึกฟ้าผ่านายปิยะ อายุ 46 ปี อาชีพไรเดอร์ขณะขี่รถจักรยานยนต์บนกลางสะพานยกระดับรัชวิภา จนได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 69 เวลา 15.30 น. ที่ผ่านมา นั้น




ล่าสุดวันนี้ (3 มิ.ย. 69) ผู้สื่อข่าวสอบถาม นายพัทธดนย์ อายุ 27 ปี เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันหลังรถไรเดอร์ที่ได้รับบาดเจ็บจากฟ้าผ่า เปิดเผยว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุเป็นช่วงที่ฝนกำลังตกหนัก ในตอนแรกตนไม่ได้ยินเสียงฟ้าร้อง แต่หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังเปรี้ยง และมีแสงวาบลงมาที่รถไรเดอร์ที่กำลังขี่รถอยู่ข้างหน้าอย่างรวดเร็ว จากนั้นคนขับไรเดอร์ล้มลง ตอนแรกตนคิดว่าลื่นล้ม จนพบว่าควันลอยออกจากกระเป๋าใส่อาหารบริเวณด้านหลังจึงรู้ว่าฟ้าผ่า จึงจอดรถเพื่อลงไปดูอาการผู้บาดเจ็บ จากนั้นตนพยายามโทรศัพท์แจ้งกู้ภัย แต่ก็เป็นกังวลว่าหากใช้โทรศัพท์มือถืออาจจะโดนฟ้าผ่าอีกครั้ง จึงไปขอให้ผู้ใช้รถยนต์โทร. เรียกรถกู้ภัยแทน




หลังจากลงไปดูอาการของไรเดอร์ ตนยังไม่เห็นบาดแผลในร่างกายเนื่องจากไรเดอร์สวมเสื้อแขนยาว ขายาว และสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ แต่ตนสังเกตุเห็นว่าด้านหลังมีรอยไหม้ ในขณะที่ไรเดอร์ล้มลงตอนแรกยังไม่รู้สึกตัว จากนั้นมีพลเมืองดีพยายามปลุก เรียกสติประมาณ 5 นาที ถามชื่อ และถามว่ามีออร์เดอร์ต้องไปส่งหรือไม่ ผู้บาดเจ็บรู้สึกตัวพยักหน้าโต้ตอบได้เล็กน้อย แต่ยังอยู่ในอาการมึนงง




ส่วนสาเหตุที่ฟ้าผ่าตนไม่แน่ใจ แต่คิดว่าสาเหตุที่ฟ้าผ่าอาจเกิดจากโครงกระเป๋าที่เป็นเหล็ก หรือโลหะที่อยู่ในตัวผู้บาดเจ็บ เพราะจุดที่ได้รับความเสียหายคือ หมวกกันน็อก สร้อยพระ และกระเป๋าไรเดอร์ โดยเฉพาะบริเวณกระเป๋าไรเดอร์เป็นจุดที่มีรอยไหม้เยอะที่สุด




ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนคิดว่าเป็นเพราะความบังเอิญ เพราะจุดเกิดเหตุมีผู้ใช้รถจักรยานยนต์อยู่ใกล้กันถึง 3 คัน โดยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บคือคันที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งหากฟ้าผ่าเกิดจากโทรศัพท์ตนก็คิดว่าไม่น่าใช่ เพราะตนเองก็ใช้โทรศัพท์มือถือเปิดดู GPS ด้วยเช่นกัน


เหตุการณ์นี้ทำให้ตนรู้สึกตกใจกลัว และหลังจากนี้อีกนานคงไม่กล้าขี่รถลุยฝนอีกแล้ว จึงอยากฝากเตือนไปยังผู้ใช้รถจักรยานยนต์ขี่รถฝ่าฝน ว่าให้ระวังเรื่องการขับรถในที่โล่งแจ้ง ไม่มีตึกสูง ไม่มีเสาไฟฟ้า อยากให้ระมัดระวังเพราะเหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ใช่จุดที่มีเสาสูงแล้วจะปลอดภัย จอดพักหลบฝนดีกว่าแล้วค่อยไป ซึ่งเหตุการณ์นี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์เฉียดตาย เพราะหากขับรถเร็วกว่านี้อาจจะเป็นตัวเองที่โดนฟ้าผ่าก็ได้