ตำรวจ ปส. บุกจับต่างชาติเช่าบ้านย่านบางบอน ดัดแปลงเป็นโรงงานผลิตกัญชา เคยถูกแจ้งหน่วยงานมาตรวจสอบแล้ว แต่ 2-3 เดือนก็เปิดอีก ลูกจ้างคนไทยอ้าง ตำรวจทำอะไรไม่ได้เพราะโรงงานจ่ายเงินให้ตำรวจในพื้นที่หมดแล้ว

วันที่ 26 พ.ค. 69 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บก.ปส.1) นำโดย พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) พร้อมด้วยเจ้าหน้า แพทย์แผนไทย และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา บุกจับโรงงานผลิตยาเสพติด ของกลุ่มผู้ต้องหาต่างชาติ 4 คน พร้อมของกลางกัญชาและสารสกัดแปรรูปน้ำหนักรวมหลายร้อยกิโลกรัม มูลค่ากว่า 3,195,000 บาท ที่บ้านพักแห่งหนึ่งซึ่งถูกดัดแปลงเป็นโรงงานในพื้นที่เขตบางบอน

จากการสืบสวน และได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า โกดังดังกล่าวส่งกลิ่นกัญชาเหม็นคละคลุ้งอย่างรุนแรง จนทำให้ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ เกิดอาการป่วย ปวดศีรษะ ไอ และแสบจมูก อีกทั้งโกดังดังกล่าวมีลักษณะปิดทึบ มีการติดตั้งระบบระบายอากาศและเครื่องปรับอากาศจำนวนมากผิดปกติ โดยเจ้าหน้าที่ บก.ปส.1 เฝ้าสังเกตการณ์พบว่ามีรถยนต์เข้า-ออกโกดังจำนวนมาก และมีการขนย้ายสิ่งของบรรจุในถุงและกล่องลักษณะต้องสงสัย จึงเชื่อว่าอาจมีการลักลอบผลิตและสกัดสารจากกัญชา ซึ่งเข้าข่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายค้นจากศาลเข้าตรวจค้นในวันนี้

ลักษณะของโกดังเป็นโกดัง 2 ชั้นปิดทึบ บริเวณด้านในมีการบุด้วยฟรอยด์เพื่อไม่ให้กัญชาส่งกลิ่นออกไปด้านนอก ภายในมีการดัดแปลงเป็นห้องต่างๆ มีอุปกรณ์ผลิตยาเสพติดแบ่งเป็นสัดส่วน และภายในมีการติดตั้งระบบระบายอากาศและเครื่องปรับอากาศจำนวนมาก พบวัสดุ อุปกรณ์ และสารที่เชื่อว่าใช้ในการแปรรูป และสกัดกัญชา รวมถึงการตรวจสอบก็ไม่พบใบอนุญาตเกี่ยวกับการปลูก แปรรูป หรือจำหน่ายกัญชา

ด้านในโกดังพบคนต่างด้าวภายในโกดัง จำนวน 4 ราย เป็นชาวเวียดนาม 3 ราย และชาวเช็ก 1 ราย โดย 1 รายอยู่เกินกำหนดวีซ่า ส่วนอีก 3 ราย เดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ได้แก่ ช่อดอกกัญชา 442 กิโลกรัม, แฮช 20 กิโลกรัม, โรซิน 2 กิโลกรัม, เรซินลักษณะคล้ายขี้ผึ้ง 2.5 กิโลกรัม และกัญชาผง 8.7 กิโลกรัม รวมมูลค่ากว่า 3,195,000 บาท

ด้านพล.ต.ท.อาชยน เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาเช่าโกดังดังกล่าวมาประมาณ 2 เดือน ในราคาเดือนละ 15,000 บาท โดยเจ้าของบ้านไม่ทราบว่าถูกใช้เป็นแหล่งผลิตยาเสพติด เนื่องจากผู้ต้องหาอ้างว่าเช่าไว้เก็บผลไม้จึงต้องมีเครื่องปรับอากาศจำนวนมาก

เบื้องต้น พบว่ากลุ่มผู้ต้องหารับซื้อช่อดอกกัญชาจากฟาร์มที่ถูกกฎหมาย ก่อนนำมาเข้าสู่กระบวนการแปรรูปและสกัดด้วยอุปกรณ์เฉพาะ เพื่อดัดแปลงเป็นสารเสพติดส่งจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะตามสถานบันเทิง

นอกจากนี้ บริเวณชั้น 2 ของโกดังยังถูกดัดแปลงเป็นห้องพักอาศัย และพบว่าผู้ต้องหามีการเสพกัญชาที่ผลิตเอง รวมถึงใช้สารเสพติดประเภทเคตามีนภายในสถานที่ดังกล่าวด้วย ส่วนกระบวนการผลิต พบว่ามีการนำช่อดอกกัญชามาสกัดเป็นผง ผสมกับขี้ผึ้ง บีบอัดเป็นก้อนสีดำ จากนั้นจึงจำหน่ายออกไป โดยรูปแบบการจำหน่ายอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ แต่คาดว่าอาจใช้การส่งผ่านระบบพัสดุ และให้ใช้คนหิ้วไปส่ง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลว่ามีผู้ร่วมขบวนการมากกว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 รายหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่ามีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าวหรือไม่ ทั้งนี้ลักษณะของกลุ่มผู้ต้องหาพบว่าเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เชื่อว่ามีหัวหน้าระดับสั่งการเป็นชาวต่างชาติขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผล

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (สารสกัดกัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ในพฤติการณ์ร่วมกันผลิตและจำหน่ายยาเสพติด และฝ่าฝืนจำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม (กัญชา) เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การเป็นประโยชน์

พล.ต.ท.อาชยน ยังฝากเตือนประชาชนว่า หากพบกลุ่มชาวต่างชาติมาเช่าบ้านหรือโกดังในลักษณะผิดสังเกต ไม่ค่อยออกจากบ้าน มีกลิ่นกัญชารุนแรง หรือมีพฤติกรรมน่าสงสัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าตรวจสอบได้ทันที

ขณะที่ นพ.รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าโรงงานแห่งนี้ไม่ได้มาตรฐาน และไม่มีการขออนุญาตเกี่ยวกับการผลิตสารสกัดจากกัญชา โดยเฉพาะ “ช่อดอกกัญชา” ซึ่งยังจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 การผลิต นำเข้า ส่งออก ครอบครอง หรือจำหน่าย ต้องได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่สถานที่แห่งนี้ไม่ได้รับอนุญาตแต่อย่างใด

นอกจากนี้ สารสกัดจากช่อดอกกัญชายังส่งผลต่อร่างกาย โดยเบื้องต้นเชื่อว่าไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการวิจัย ทางการแพทย์ หรืออุตสาหกรรม แต่มีลักษณะเป็นการนำไปใช้เพื่อความบันเทิงมากกว่า อีกทั้งจากการตรวจสอบฐานข้อมูล ยังไม่พบบ้านเลขที่ดังกล่าวมีการขออนุญาตจำหน่ายหรือแปรรูปผลิตภัณฑ์ใด ๆ เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี

ผู้สื่อข่าวสอบถามเพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า ตนเองพบเห็นกลุ่มผู้ต้องหาเข้ามาดัดแปลงบ้านเช่าโดยมีการก่อสร้างอย่างมิดชิดเพื่อปิดบังสายตา แต่กลับพบว่ามีกลิ่นกัญชารั่วไหลออกมาจากบ้านสร้างมลภาวะทางกลิ่น ทำให้เด็กและเยาวชนในละแวกได้รับผลกระทบทางสุขภาพ อย่างหลานตนมีอาการเลือดกำเดาไหล ซึ่งเดิมทีพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่บ้าน ซึ่งภายหลังพบว่าได้มีชาวต่างชาติมาใช้ลักลอบเปิดโรงงานผลิตกัญชา

ที่ผ่านมา ตนเคยแจ้งข้อมูลไปยังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. และตำรวจ ก็พบว่ามีเจ้าหน้าที่ อย. รวมถึงตำรวจแวะเวียนเข้ามาตรวจสอบ พบว่าไม่มีใบอนุญาต มีการขนของออกไป 1 รอบ แต่ผ่านไป 2-3 เดือนก็กลับมาเปิดใหม่อีกครั้ง อีกทั้งกลุ่มลูกจ้างคนไทยของโรงงานยังได้อ้างว่า ตำรวจไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เพราะโรงงานได้จ่ายเงินให้กับตำรวจในพื้นที่หมดแล้ว ทำให้ตนรู้สึกเจ็บใจ และรู้สึกโมโห จึงได้พยายามประสานไปยังตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำมาสู่การจับกุมในวันนี้

เมื่อเห็นตำรวจบุกเข้าจับกุมในวันนี้ ตนก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก จึงออกมาซื้อสุรามาเพื่อจะไปดื่มเฉลิมฉลองในช่วงเย็นวันนี้