ผัวโหดอ้างบันดาลโทสะ เห็นเมียใหม่เข้าโรงแรมกับชายอื่น เมื่อกลับมาจึงสอบถามจนทะเลาะกันแล้วพลั้งมือ อุ้มศพใส่รถมามอบตัว สภ.บางบัวทอง
วันที่ 14 พ.ค. 2569 จากกรณีที่สถานีตำรวจภูธรบางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งจากนายวินัย อายุ 42 ปี ผู้ก่อเหตุ ซึ่งขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส นำศพหญิงสาวทราบชื่อคือ น.ส.จอย อายุ 44 ปี มาจอดบริเวณหน้าโรงพัก เพื่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังลงมือทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต โดยผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า ร่างของผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ภายในรถยนต์คันที่นำมามอบตัว เจ้าหน้าที่จึงได้นำโปลิสไลน์เข้ามาปิดกั้นพื้นที่ระหว่างรอแพทย์เวรและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบ

ต่อมา พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางบัวทอง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 08.00 น. ได้รับแจ้งจากหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าเป็นภรรยาหลวงของผู้ก่อเหตุ ว่าสามีได้ทำร้ายภรรยาน้อยเสียชีวิต กำลังนำศพขึ้นรถและจะเดินทางมามอบตัวที่ สภ.บางบัวทอง สืบเนื่องจากทางภรรยาหลวง ทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่างสามีกับภรรยาน้อยอยู่แล้ว
ทันทีที่ผู้ก่อเหตุเดินทางมาถึง ได้รับสารภาพว่า มีการทำร้ายร่างกายภรรยาน้อยด้วยการตบตีภายในแมนชั่นแห่งหนึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาจนเสียชีวิต เนื่องจากอารมณ์โกรธและความหึงหวง เพราะคิดว่าผู้เสียชีวิตไปมีความสัมพันธ์กับชายอื่น จึงตัดสินใจลงมือทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต
หลังเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุเกิดความสับสนว่าจะพาผู้เสียชีวิตไปโรงพยาบาลหรือเดินทางมาที่สถานีตำรวจ เนื่องจากในขณะนั้นผู้เสียชีวิตได้เสียชีวิตจนร่างแข็งแล้ว ก่อนตัดสินใจนำร่างผู้เสียชีวิตมาที่ สภ.บางบัวทอง

ผู้กำกับการ สภ.บางบัวทอง ยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุรุนแรง จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบการใช้อาวุธในการก่อเหตุ เชื่อว่าน่าจะใช้กำลังทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ชีวิต พร้อมกันนี้ เตรียมตรวจสอบประวัติของผู้ก่อเหตุว่า เคยมีประวัติทะเลาะวิวาทหรือก่อเหตุรุนแรงมาก่อนหรือไม่ โดยมีรายงานว่าเคยมีการแจ้งเหตุในพื้นที่ สภ.บางใหญ่ มาก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ก่อเหตุอยู่ระหว่างนำชี้ประกอบสำนวนในจุดเกิดเหตุ ส่วนร่างของผู้เสียชีวิตยังอยู่ระหว่างรอแพทย์เวรและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด
ด้านนายวิโรจน์ มาราวี อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากภรรยาหลวงว่า สามีจะนำร่างภรรยาน้อยมายังสถานีตำรวจเพื่อมอบตัว หลังทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต เมื่อเดินทางมาถึง พบว่ารถยนต์คันที่นำร่างผู้เสียชีวิตมานั้นดับเครื่องอยู่ และพบร่างของผู้เสียชีวิตมีร่องรอยฟกช้ำบริเวณใบหน้า โดยจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 วัน เกรงว่าศพจะเกิดการเปลี่ยนสภาพ จึงแนะนำให้ติดเครื่องยนต์เพื่อรักษาสภาพศพเอาไว้
ทั้งนี้ ยอมรับว่า ตั้งแต่ทำงานกู้ภัยมา เคสนี้ถือเป็นเคสแรกที่มีลักษณะแปลก เนื่องจากโดยส่วนใหญ่คดีฆาตกรรม ผู้ก่อเหตุมักจะทิ้งศพไว้ในที่เกิดเหตุ มากกว่าจะนำศพมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยตนเอง

ความคืบหน้าภายหลังจากตำรวจนำตัวนายวินัย ไปชี้จุดเกิดเหตุภายในแมนชั่นแห่งหนึ่ง แล้วควบคุมตัวกลับมายัง สภ.บางบัวทอง โดยทีมข่าวได้พยายามสอบถาม ซึ่งเจ้าตัวเปิดเผยความสัมพันธ์ว่า ผู้ตายไม่ใช่ภรรยาน้อย แต่เป็นภรรยาที่คบหาอยู่ในปัจจุบัน คบกันมานาน 1 ปี ส่วนผู้หญิงที่โทรมาประสานตำรวจและกู้ภัย เป็นภรรยาคนเก่าที่เคยคบหากันและเลิกรากันไปแล้ว โดยตนได้ติดต่อไปเพื่อขอความช่วยเหลือภายหลังจากก่อเหตุ
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเองจับได้ว่าภรรยามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเพื่อนวินรถจักรยานยนต์ และเห็นคาตาว่าทั้งคู่เข้าโรงแรมแห่งหนึ่งย่านบางบัวทอง ทำให้เสียความรู้สึกและโกรธเป็นอย่างมาก เมื่อกลับมาถึงห้องจึงได้สอบถามแต่ฝ่ายหญิงกลับปฏิเสธไม่ยอมรับ ก่อนที่จะมีปากเสียงกันแล้วเกิดบันดาลโทสะ ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้เสียชีวิตจนเสียชีวิตโดยไม่ได้ตั้งใจ และไม่ได้ใช้อาวุธแต่อย่างใด ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต
ทั้งนี้ นายวินัย ยอมรับว่า เสียใจมากกับสิ่งที่ทำลงไป เพราะรักและหึงหวง พร้อมอยากขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงตัดสินใจเดินทางมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยตนเอง ก่อนที่ตำรวจจะควบคุมตัวผู้ต้องหาเข้าไปยังห้องควบคุมตัว

















