ราชทัณฑ์ อัปเดตอาการ "หมิงเฉิน ซัน" ผู้ต้องขังชาวจีน (คดีอาวุธปืน) ขณะนี้ รู้สึกตัวดี แต่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ-ให้สารอาหารเหลวผ่านสายยางทางจมูก เบื้องต้นตรวจไม่พบสารเสพติดในร่างกาย
ตามที่กรมราชทัณฑ์ได้แจ้งรายละเอียดการรับตัว และอาการป่วยฉุกเฉินของ นายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี (สัญชาติจีน) ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี ในความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและวัตถุระเบิด เกิดอาการป่วยฉุกเฉินและเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลภายนอก เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา นั้น
กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนให้ทราบว่า แพทย์โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ชี้แจงลำดับเหตุการณ์ทางการแพทย์ เมื่อนายหมิงเฉิน ซัน ถึงโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ (ณ วันที่ 11 พฤษภาคม 2569) แพทย์ได้ทำการรักษาเจาะเลือด เอกซเรย์ปอด และ ทำ CT ที่สมอง เพื่อหาความผิดปกติที่เกิดขึ้น แพทย์สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้ต้องขังได้รับประทานยาประจำตัวเกินขนาด แพทย์ได้ทำการใส่สายยางทางจมูกเพื่อล้างระบบทางเดินอาหาร โดยพบของเหลวสีฟ้า และได้ทำการฉีดยาต้านพิษ ส่งผลให้ผู้ต้องขังเริ่มขยับตัวและมีปฏิกิริยาตอบสนองดีขึ้น อาการล่าสุดโดยรวม (ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2569) ผู้ต้องขังรู้สึกตัวดีและสามารถปฏิบัติตามคำสั่งทางการแพทย์ได้ แต่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และยังไม่สามารถถอดออกได้ ส่วนการรับประทานอาหารยังคงต้องให้สารอาหารเหลวผ่านสายยางทางจมูก ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab) ผลตรวจหาสารเสพติด ผลการตรวจปัสสาวะ ไม่พบสารเสพติดทุกประเภท ทางโรงพยาบาลได้ส่งตัวอย่างเลือดไปตรวจวิเคราะห์โดยละเอียดทางห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจกลุ่มสาร alcohol ,Benzodiazepine ,ยาฆ่าแมลง เป็นต้น คาดว่าจะทราบผลอย่างเป็นทางการภายในวันศุกร์นี้หรือสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ กรณีแพทย์โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้ต้องขังได้รับประทานยาประจำตัวเกินขนาด คาดว่านายหมิงเฉิน ซัน ได้รับประทานยาประจำตัวเกินขนาดมาก่อนที่จะถูกส่งตัวมาควบคุม ณ เรือนจำพิเศษพัทยา เนื่องจากขณะเกิดอาการอยู่ระหว่างกระบวนการรับตัวภายในเรือนจำเพียง 2 ชั่วโมงก่อนส่งรักษาโรงพยาบาลภายนอก ประกอบกับเรือนจำมีมาตรการห้ามนำยารักษาโรคทุกชนิดเข้าสู่ภายในเรือนจำอย่างเด็ดขาด เว้นแต่จะผ่านการตรวจสอบและได้รับอนุญาตจากแพทย์หรือพยาบาลวิชาชีพประจำเรือนจำเท่านั้น
กรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเรือนจำพิเศษพัทยาได้ยกระดับมาตรการควบคุมตัวขั้นสูงสุด โดยจัดเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เฝ้าตรวจตราอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประสานกำลังสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมปฏิบัติภารกิจกำกำลังรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่โรงพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า ได้ดำเนินการควบคุมดูแลผู้ต้องขังรายดังกล่าวให้เป็นไปตามมาตรฐานการควบคุม และการรักษาพยาบาลตามหลักมนุษยธรรมและสากลทุกประการ

















