ผู้สูงอายุ 2 ราย แจ้งความ สภ.เมืองอุดรธานี ถูกผัวเมียขับนิสสัน อัลเมร่า สีดำ ทะเบียน 8xxx บุรีรัมย์ ขับช้าให้แซง แล้วเบียดชน ข่มขู่เรียกเงิน พบมีผู้เสียหายหลาย แจ้งความรถคันเดียวกัน
วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี มีผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้สูงอายุ 2 ราย (อดีตข้าราชการครูและทหาร) เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.จักรพงษ์ ต้อยแต้ม สว.(สอบสวน) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพที่มีพฤติกรรมขับรถตบทรัพย์ในพื้นที่ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี

กรณีแรก นายวิรัตน์ อายุ 75 ปี เข้าแจ้งความระบุว่า เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 16.00 น. ขณะขับรถกระบะโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ สีขาว มาตามถนนบ้านหนองใหญ่ มุ่งหน้าสี่แยกหนองใหญ่ ได้มีรถเก๋งยี่ห้อนิสสัน รุ่นอัลเมร่า สีดำ ทะเบียน กจ 8xxx บุรีรัมย์ ขับช้าๆ อยู่ด้านหน้า เมื่อตนเปิดไฟเลี้ยวขวาเพื่อแซง รถคันดังกล่าวกลับเร่งเครื่องพุ่งเข้ามาชนด้านซ้ายรถของตนอย่างจัง
หลังเกิดเหตุ ชายไทยรูปร่างใหญ่ ผิวดำ อายุประมาณ 40 ปี ลงมาพร้อมกับภรรยาวัยประมาณ 30 ปี เข้ามาข่มขู่เรียกค่าเสียหาย 10,000 บาท พร้อมอ้างว่า หากไม่จ่ายจะแจ้งตำรวจหรือเรียกประกันให้ยุ่งยาก ด้วยความกลัว นายวิรัตน์จึงยอมโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ ชื่อบัญชี "วิสุดา xxx" จำนวน 1,500 บาท

กรณีที่สอง วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 18.00 น. นายสุวิชชา อายุ 64 ปี ประสบเหตุในลักษณะเดียวกัน โดยขับรถกระบะนิสสัน ฟรอนเทียร์ สีขาว มาบนถนนเส้นเดียวกัน บริเวณสามแยกวัดบ้านหนองใหญ่ และถูกรถเก๋งนิสสัน อัลเมร่า สีดำ ทะเบียนเดียวกันกับกรณีแรก ขับขวางหน้าแล้วเร่งเครื่องเบียดชนขณะตนกำลังแซง
ครั้งนี้คนร้ายชาย-หญิงคู่เดิมได้ข่มขู่เรียกเงินค่าซ่อม 7,000 บาท นายสุวิชชาจึงจำใจโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ชื่อ "วิสุดา xxx" เป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท ก่อนจะเอะใจและเข้าแจ้งความในที่สุด

ด้าน พ.ต.ท.จักรพงษ์ ต้อยแต้ม เจ้าของคดี ได้รับคำร้องทุกข์ไว้เป็นคดีอาญา พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เบื้องต้นตำรวจชุดสืบได้ตรวจสอบ และจะได้ประสานให้ผู้ถูกกล่าวหามาพบเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามต่อไป
นายวิรัตน์ เปิดเผยพฤติการณ์ว่า ขณะขับรถไปตามเส้นทางวงแหวนรอบใน สังเกตเห็นรถยนต์คู่กรณีขับนำหน้าด้วยความเร็วต่ำผิดปกติจนผิดสังเกต เมื่อตัดสินใจเปิดไฟเลี้ยวเพื่อเร่งแซง ในจังหวะที่กำลังจะเบี่ยงกลับเข้าเลนซ้าย รถคู่กรณีได้เร่งเครื่องขึ้นมาจนเกิดการเฉี่ยวชนกันขึ้น หลังเกิดเหตุ คู่กรณีได้ขับรถปาดหน้าบังคับให้ผู้เสียหายจอดรถ พร้อมลงมาข่มขู่แกมกดดัน อ้างว่ารถของตนได้รับความเสียหายหนัก ค่าซ่อมหลักหมื่นบาท และพยายามรบเร้าให้ผู้เสียหายจ่ายเงินเพื่อยอมความในที่เกิดเหตุทันที
ผู้เสียหายระบุเพิ่มเติมว่า คู่กรณีเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ พยายามพูดจาหว่านล้อมว่า ตนเองเป็นคนกว้างขวางในจังหวัดอุดรธานี มีคนรู้จักมากมาย พร้อมทั้งแสดงบัตรอ้างตัวเพื่อให้ผู้เสียหายเกรงกลัว เมื่อผู้เสียหายแจ้งว่าไม่มีเงินสด มิจฉาชีพกลุ่มนี้ยังเสนอให้ "โอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน" แทน โดยข่มขู่ว่าหากแจ้งตำรวจจะต้องเสียเวลาและต้องเคลื่อนย้ายรถกลับไปยังจุดเกิดเหตุเดิม สุดท้ายผู้เสียหายจำใจโอนเงินให้เพื่อให้เหตุการณ์ยุติ เนื่องจากไม่อยากมีปัญหาบานปลาย

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ารถที่ใช้ก่อเหตุคือ รถยนต์ Nissan Almera สีดำ หมายเลขทะเบียนเดียวกัน ซึ่งตรงกับข้อมูลของผู้เสียหายรายอื่นที่เคยถูกก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน บริเวณเส้นทางหนองวัวซอ-อุดรธานี ทำให้มั่นใจว่าเป็นกลุ่มมิจฉาชีพที่ตระเวนก่อเหตุเป็นอาชีพ
ด้านอดีตข้าราชการผู้เสียหายได้รวบรวมหลักฐานภาพถ่ายและสลิปการโอนเงินเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี พร้อมฝากเตือนภัยถึงพี่น้องประชาชนหากเกิดเหตุลักษณะนี้ ให้ตั้งสติ อย่าเพิ่งรีบเจรจาจ่ายเงินในที่เกิดเหตุ แม้จะถูกกดดันหรืออ้างชื่อบุคคลสำคัญ จากนั้นนัดแนะที่สถานีตำรวจ ยืนยันให้ไปคุยต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น และบันทึกหลักฐานถ่ายภาพใบหน้าคู่กรณี ป้ายทะเบียนรถ และร่องรอยการชนไว้เป็นหลักฐานสำคัญ

















