น้ำตานอง! ญาติขุดร่างน้องอลิส 3 ขวบ จมหนองน้ำกลางทุ่งนา ห่างศูนย์เด็กเล็กเกือบ 1 กม. เผากองฟอนแล้ววันนี้
วันที่ 28 เมษายน 2569 ที่วัดป่ามณีศรีชมพู บ้านแดนอุดม หมู่ 11 ตำบลคอนกาม อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ วันนี้มีพิธีขุดร่างของน้องอลิส อายุ 3 ขวบ ที่เสียชีวิตอย่างปริศนา ซึ่งหากย้อนไปเมื่อเช้าของวันที่ 14 มิถุนายน 2567 จากภาพวงจรปิดที่บ้านของน้องอลิส ที่คุณแม่นางสาวพุทธมาลย์ อายุ 26 ปี ได้แต่งตัวให้น้องอลิสเพื่อไปโรงเรียน ศูนย์เด็กวัดบ้านค้อทอง จากนั้นก่อนเที่ยง ยาย แม่ พ่อ ได้รับแจ้งว่า น้องอลิสหายออกจากศูนย์ ทุกคนต่างช่วยกันออกติดตามหา ผู้ใหญ่บ้านประกาศหอกระจายข่าว ช่วยกันหา ก่อนที่จะไปพบน้องจมน้ำเสียชีวิตหนองน้ำสาธารณะ กลางทุ่งนา ห่างจากด้านหลังศูนย์กว่า 800 เมตร กับหนทางที่เดินลำบากมาก ต้องข้ามคลอง ข้ามหนองน้ำ ทุ่งนา ที่้เต็มไปด้วยน้ำในฤดูทำนา ท่ามกลางความสงสัยว่า น้องอลิสเดินไปได้ยังไงเพียงลำพังคนเดียว ยาย พ่อ แม่ ญาติๆ ได้พยายามต่อสู้คดีมาโดยตลอด ที่สุดศาลพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

ยายทองทิพย์ อายุ 53 ปี เล่าทั้งน้ำตาว่า วันนี้แม้ระยะเวลาจะผ่านมาเกือบจะ 2 ปีแล้ว ก็คิดถึงน้องเหมือนเดิม ส่วนคดีก็เสร็จแล้วสมบูรณ์แล้ว ถึงชั้นศาลอุทธรณ์ แต่ศาลก็ตัดสินมายืนตามศาลชั้นต้นเหมือนเดิม ส่วนคุณครู 3 คนที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาประมาณทำผู้อื่นถึงแก่ความตาย ศาลสั่งปรับคนละ 25,000 บาท โทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้รอลงอาญา ก็ได้กลับมาสอนเด็กที่ศูนย์เหมือนเดิม ตนก็ไม่พอใจ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็อยากให้มันจบๆ ไป ให้มันแล้วๆ ไป ทุกวันยังคิดถึงน้องอลิสเหมือนเดิม หากเป็นไปได้ก็อยากให้น้องอลิสกลับมาอยู่เหมือนเดิม กลับมาเกิดเป็นลูกเป็นหลานของยายเหมือนเดิม วันนี้ครู 3 คนก็มา เราก็ให้เกียรติ ให้ได้วางทอดผ้าบังสุกุลด้วย


โดยขั้นตอนการประกอบพิธี ช่วงบ่ายของวันนี้ พระสงฆ์ 1 รูป ได้มาสวดเพื่อถอดถอน ที่หลุมศพปูนที่บรรจุร่างของน้องอลิสเอาไว้ จากนั้น ญาติได้ทุบปูนที่โบกไว้ ดึงโลงออกมา เปิดโลงเพื่อนำร่างของน้องอลิสที่อยู่ในโลงเก่า ออกมาเพื่อบรรจุใส่โลงใหม่ พระสงฆ์จูงนำโลงร่างน้องอลิส มาสู่กองฟืนที่เตรียมไว้หน้าศาลา วน 3 รอบ ก่อนนำโลงมาวางบนกองฟอน ขณะเดียวกันทุกคน ได้ยินเสียงตุ๊กตาของเล่นของน้องอลิ เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่เกิดเสียงดัง อยู่ๆ ก็ดังขึ้นมา เหมือนมีคนมาไขลานเล่น สร้างความสงสัยของบรรดาญาติๆ ว่าน้องเสียไปนานเกือบ 2 ปี ลานน่าจะหมดอายุไปแล้ว แต่พอนำมาไว้ในโลงใหม่วันนี้กลับได้ยินเสียงกรุงกริ๊งดังขึ้น ทุกคนจึงเชื่อว่าน้องอลิซมาเล่นของเล่นของตนเอง


จากนั้นคณะสงฆ์ได้ประกอบพิธีสวดมาติกาบังสกุล จากแดดที่จร้า อยู่ๆ ก็เกิดฝนตกหนักลงมา ทุกคนต้องหลบฝนเข้าไปในศาลา ตกเพียง 30 นาที พอพระคุณเจ้าสวดจบฝนก็หยุด
นอกจากนี้ ขณะญาตินำภาพของน้องอลิส เข้ามาในศาลาเพื่อหลบฝน ปรากฏว่า สายฝนไปโดนรูปของน้อง แต่มีสายฝน ที่ตกค้างเพียงเส้นเดียว ซึ่งเมื่อดูชัดๆ แล้ว เหมือนน้ำตาน้องไหลออกมาจากดวงตาข้างขวา จนทำให้น้าสาวต้องเอากระดาษ เอามือมาเช็ดน้ำตาออก พร้อมบอกไม่ต้องห่วงอะไรแล้วน่ะน้องอลิส ไปสู่สุคติเถิด ทุกคนที่มาร่วมงานในวันนี้ตามความเชื่อแบบโบราณเหมือนว่าน้องอริส ได้มาร่วมงาน รับรู้รับทราบ และยังไม่พอใจในรูปคดี แต่ก็สุดที่จะต่อสู้ ยอมรับการตัดสินของศาล

กระทั่งฝนหยุดจึงได้ประกอบพิธีต่อจนจบ ขณะพระสงฆ์มาจุดไฟเพื่อจะณาปนกิจร่างน้องอลิส ก็ได้มีฟ้าร้อง ฝนกำลังมาต่ออีก ทุกคนก็เลยต้องรีบกลับ เหลือไว้เพียงสัปเหร่อ ที่ต้องดำเนินการให้จบ เพราะในวันพรุ่งนี้ จะต้องมาเก็บอัฐิน้อง นำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อ


ส่วนที่ศูนย์เด็ก วันนี้ศูนย์ก็เปิดปกติ พร้อมมีเด็กๆ ที่ผู้ปกครองนำมาส่งเรียนกันตามปกติแล้ว เพราะวันนี้มีรั้วรอบขอบชิด มีประตูทางเข้าออกเพียงทางเดียว ภายในมีกล้องวงจรปิด สะพานด้านหลังที่น้องอลิส เคยเดินออกไปมีการปิดกั้น ไม่สามารถให้เด็กออกมาด้านข้างศูนย์ได้อีกต่อไปแล้ว


















