ครอบครัวเศร้า! หญิงวัย 40 ถูกฟ้าผ่าดับกลางทุ่งนา ขณะต้อนวัวหลบพายุฝนที่ อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี
วันที่ 27 เม.ย. 2569 จากรณี น.ส.นมัสนันท์ หรือแหล่ อายุ 40 ปี ชาวบ้านดอนม่วง ม.3 ต.นาทราย อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตอยู่กลางทุ่งนาท้ายหมู่บ้านดอนม่วง เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 26 เมษายน 2569 หลังนำวัวเข้าคอกหลบพายุฝน ขณะเดินกลับไปที่รถจักรยานยนต์เพื่อขี่กลับบ้าน จู่ๆ ก็มีฟ้าผ่าลงมาถูกลำตัวเสียชีวิตคาที่ หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.นิกูล จันทร์หอม สว.(สอบสวน) สภ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี พร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.พิบูลย์รักษ์ อาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน จุดบริการ อ.หนองหาน รุดตรวจสอบ ญาติไม่ติดใจในสาเหตุ เนื่องจากการเสียชีวิตเกิดจากฟ้าผ่าหรือภัยธรรมชาติ จึงมอบศพให้บำเพ็ญกุศลตามประเพณี

ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 27 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ศาลการเปรียญ วัดอัมพวนาราม หรือวัดบ้านดอนม่วง ม.3 ต.นาทราย อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นที่บำเพ็ญกุศลศพของ น.ส.นมัสนันท์ โดยครอบครัวจะทำพิธีที่วัด 1 วัน แล้วเผาศพเลย ตามความเชื่อของชาวบ้านเพราะเป็นการตายผิดธรรมชาติ
นายวิชิต สามีผู้ตาย เล่าว่า อยู่กินกับภรรยามา 4 ปี ไม่มีลูก ขณะเกิดเหตุ ตนไม่ได้อยู่กับภรรยา ไปอยู่ที่กระท่อมนาอีกแห่ง ส่วนภรรยาขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปพาวัวที่เลี้ยงไว้ 9 ตัวเข้าคอก เนื่องจากมีพายุฝนฟ้าคะนอง เกรงว่าวัวจะได้รับอันตรายถูกฟ้าผ่า เวลาประมาณเกือบบ่าย 3 โมง หลังจากนำวัวเข้าคอกที่ทุ่งนาเสร็จ ภรรยากำลังจะเดินมาที่รถจักรยานยนต์ เพื่อจะขี่มาหาตนที่กระท่อมนาอีกแห่ง หรือไม่ก็กลับเข้าบ้าน โดยพายุฝนพัดผ่านไม่นานก็หยุด ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีลางสังหรณ์บอกเหตุร้ายอะไรกับตนเลย เมื่อผู้สื่อข่าวถามสามีผู้ตายว่า อยากบอกอะไรกับดวงวิญญาณภรรยาเป็นครั้งสุดท้าย นายวิชิตได้แต่ร้องไห้ มีอาการเหมือนจุกในอกจนพูดไม่ออก เพราะความเสียใจที่สุดในชีวิตที่ต้องมาสูญเสียภรรยาไปกะทันหัน

ส่วน นางหนูปี พี่สาวผู้ตาย เล่าว่า พ่อแม่เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว มีพี่น้องร่วมท้องกันทั้งหมด 7 คน ชาย 3 หญิง 4 ตน เป็นคนที่ 4 เสียชีวิตไป 2 คน คือน้องชายคนที่ 5 และน้องสาวคนที่ 6 คือนางแหล่ที่ถูกฟ้าผ่าตาย ก่อนเกิดเหตุ หลังจากพากันกินข้าวเที่ยงเสร็จ เหมือนจะมีพายุฝน ตนและสามีจึงขี่รถจักรยานยนต์ไปคอกวัวที่ทุ่งนา ซึ่งอยู่ห่างกันกับคอกวัวของน้องสาว และได้แยกทางกันไปเก็บวัวเข้าคอก พอตนและสามีเอาวัวเข้าคอกเสร็จ ก็จะพากันไปดูน้องสาวว่าเอาวัวเข้าคอกได้หมดทุกตัวหรือไม่ เห็นแต่วัวแต่ไม่เห็นน้องสาว จึงพากันตะโกนร้องเรียกชื่อน้องสาว แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ก่อนเดินไปพบร่างน้องนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตจากถูกฟ้าผ่า จนผิวหนังไหม้ทั่วร่างกาย

ตนได้ยินเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ทางทุ่งนาของน้องสาว รู้สึกใจไม่ดี และเป็นห่วงน้องสาวมาก จึงมากันมาตามหา ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีลางสังหรณ์บอกเหตุร้ายล่วงหน้ามาก่อนเลย อยากบอกดวงวิญญาณน้องว่า ให้ไปสู่สุคติ ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว และขอให้เกิดมาเป็นพี่น้องร่วมกันทุกชาติไป

















