โจ๋ 17 ยิงผัวเมียวันสงกรานต์พระประแดง มอบตัว ลั่นไม่ขอโทษ อ้างตนถูกทำร้ายก่อน

วันที่ 27 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.พระประแดง ว่านายชาติชาย อายุ 41 ปี พ่อของผู้ก่อเหตุยิงสามีภรรยาวันสงกรานต์พระประแดง ได้พานายรัตน์ อายุ 17 ปี ลูกชาย ที่ใช้ปืนยิงนายนพรัตน์ อายุ 34 ปี และ น.ส.สุนันทา อายุ 33 ปี สามีภรรยา โดยฝ่ายสามีเสียชีวิต ขณะที่ภรรยาได้รับบาดเจ็บถูกยิงเข้าที่ต้นขาขวา จุดเหตุเกิดภายในซอยสุขสวัสดิ์ 72 แยก 1หมู่ที่ 3 ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เวลา 17.00 น. วานนี้ (26 เม.ย.) ซึ่งเป็นวันสงกรานต์พระประแดง หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป จนกระทั่งเมื่อวันที่ 27 เม.ย.2569 เวลาประมาณ 01.30 น จึงได้เข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ. อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.พระประแดง จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงได้สอบสวนเบื้องต้น ได้ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง จากนั้นตำรวจจึงได้นำตัวไปค้นบ้านพัก ภายในซอยพระราชวิริยาภรณ์ 6 ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น PCX สีเทา ทะเบียน ซึ่งรถยังสภาพเปื้อนคราบแป้งดินสอพอง และชุดที่ใส่ก่อเหตุอยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุผู้ก่อเหตุอ้างว่าได้ทิ้งไปแล้ว และจำไม่ได้ว่าทิ้งจุดไหน

ล่าสุด วันนี้ เวลา 10.30 น. ร.ต.อ.วิทยา นามทอง รอง สว.(สอบสวน) สภ.พระประแดง ได้นำตัวนายรัตน์ มาสอบปากคำเบื้องต้น โดยมีพ่อและแม่อยู่ด้วยขณะสอบปากคำจนแล้วเสร็จ

จากนั้น นายกุลเชษฐ์ อายุ 15 ปี ได้เดินทางมากับแม่ เพื่อมาให้ปากคำต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะวันเกิดเหตุตนมากับนายรัตน์ ผู้ก่อเหตุ

ตํารวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหานายรัตน์ ฐานความผิดฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร และโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว จากนั้นจึงได้นำส่งตัวฝากขังศาลเยาวชน จ.สมุทรปราการ

นายกุลเชษฐ์ อายุ 15 ปี เพื่อนผู้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์เผยว่า ตนเองได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักกับเพื่อนเพื่อที่จะไปเล่นน้ำสงกรานต์ ระหว่างขับรถอยู่ในซอยสุขสวัสดิ์ 72 ได้มีเพื่อนของตนเองตะโกนถามว่าจะไปเล่นน้ำที่ไหน ซึ่งตนเองกำลังจะตอบ แต่รุ่นพี่ที่ขี่รถจักรยานยนต์มาได้ขับรถวนไปและด่าแม่ของรุ่นน้อง ซึ่งรุ่นพี่ที่ขี่รถมากับตนเองนั้นเข้าใจผิด คิดว่าตะโกนด่าเขา ทั้งที่ตนเองก็บอกแล้วว่าให้ใจเย็นๆ จากนั้นทั้งคู่จึงได้มีปากเสียงกัน ทำให้ตนเองห้ามไม่อยู่ หลังจากที่รุ่นพี่วิ่งหนีออกมาได้ก็ใช้อาวุธปืนยิงในขณะที่ตนเองนั่งแอบอยู่ ซึ่งตนเองยืนยันว่าไม่ได้เมาและไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน คำพูดที่ตนเองได้ยินแม่ของรุ่นน้องพูดขึ้นมาว่า จัดการมันเลย ซึ่งที่จริงแล้วเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงรุ่นน้องได้ตะโกนทักทายตนเอง ไม่ได้มีการด่ากันตามที่รุ่นพี่เข้าใจผิด ซึ่งหลังจากรุ่นพี่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเรียบร้อยแล้ว บอกให้ตนเองรีบขึ้นรถจักรยานยนต์และขับขี่หลบหนีออกมาบริเวณปากซอยสุขสวัสดิ์ 72 ทันที

นายสุรัตน์ ผู้ก่อเหตุ เผยว่า ตนเองยืนยันว่าจะไม่ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตเพราะมันตายไปแล้ว และครอบครัวของผู้เสียชีวิตมารุมทำร้ายตนเองก่อน ทั้งที่ตนเองตั้งใจจะขี่รถจักรยานยนต์ออกไปเล่นสงกรานต์พระประแดง แต่เจอคู่กรณีพูดไม่ดีและไล่ให้ตนออกจากจุดที่เล่นน้ำสงกรานต์โดยผู้เสียชีวิตได้เอาขวดปาใส่ตนเอง จากนั้นตนเองล้มลงจึงถูกกลุ่มของผู้เสียชีวิตกระทืบจำนวนหลายคน จากนั้นตนเองวิ่งหนีออกมาได้จึงชักอาวุธปืนที่พกติดตัวมาด้วยยิงสวนออกไป ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนของตนเองซึ่งพกติดตัวตลอดเวลาอยู่แล้ว และตนเองไม่จำเป็นที่จะต้องขอโทษครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย เพราะขอโทษไปก็ไม่ได้อะไรอยู่แล้ว ตนเองยืนยันว่าถูกทำร้ายก่อน

ด้านนายชาติชาย พ่อของผู้ก่อเหตุ ได้เล่าว่า ลูกชายของตนเองซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปเล่นน้ำภายในซอยที่เกิดเหตุ จากนั้นได้มีผู้หญิงออกมาตะโกนด่า ซึ่งลูกชายก็ไม่แน่ใจว่าด่าตนเองหรือด่าเพื่อน จึงจอดรถจักรยานยนต์เพื่อลงไปสอบถาม จากนั้นผู้ชายได้เดินออกมา และผู้หญิงคนที่ลูกชายตนเองเข้าใจว่าตะโกนด่า พูดขึ้นมาว่า "เอามันหน่อยสิ จัดแม่งหน่อย" จากนั้นจึงได้มีปากเสียงลงมือทะเลาะกัน จากนั้นลูกชายของตนเองถูกวิ่งไล่กระทืบจนล้มลง ทั้งที่ลูกชายของตนเองวิ่งหนีแล้วแต่ผู้ตายก็ยังวิ่งไล่ตามอีก ลูกชายของตนเองจึงนำอาวุธปืน ที่พกติดตัวมาด้วยยกขึ้นมาเพื่อขู่

ลูกชายของตนเองได้โทรมาหาจึงติดต่อเพื่อขอมอบตัว จากนั้นตนเองจึงได้พาลูกชายมามอบตัวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. ตนเองอยากจะขอโทษกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น น้อมรับเพราะลูกชายของตนเองเป็นผู้ก่อเหตุและกระทำผิดไปแล้ว ซึ่งตนเองก็พร้อมที่จะไปเคารพศพของครอบครัวผู้เสียชีวิต เพื่อแสดงความจริงใจอาลัยกับเหตุที่ลูกชายได้กระทำลงไป ส่วนคดีของลูกชายให้ดำเนินไปตามกฎหมาย ส่วนอาวุธปืนนั้น ลูกชายได้เล่าให้ฟังว่า ได้สั่งซื้อมาจากทางอินเตอร์เน็ตและเก็บซ่อนแอบไว้นานแล้ว ซึ่งตนเองไม่เคยรู้เลยว่าลูกชายแอบซื้อปืนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และเอาเงินจากที่ไหนไปซื้อ