ยัดไส้เทียนตุ๋นร้านทอง! รวบ 2 มิจฉาชีพบุก หลอกจำนำกรอบพระกวาดเกือบครึ่งล้าน ตำรวจแกะรอยบุกจับพบของกลางเพียบ
เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จว.อุดรธานี และ พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน (ชุดทรัพย์) สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานีได้ 2 ราย คือ นายสุวรรณ อายุ 63 ปี และนายขวัญนคร อายุ 47 ปี
จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติการณ์วางแผนก่อเหตุอย่างแนบเนียน โดยใช้กรอบพระทองคำลักษณะ “ทองยัดไส้” ตระเวนเข้าไปตามร้านทอง ทำทีซื้อขายทองตามปกติเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนนำกรอบพระออกสอบถามว่ารับจำนำหรือรับซื้อหรือไม่ เมื่อร้านประเมินราคาและตกลงรับขายฝาก ก็ทยอยนำกรอบพระลักษณะเดียวกันออกมาจำนำครั้งละหลายองค์ บางร้านมากถึง 4-7 องค์ จนเกิดความเสียหายเป็นวงกว้างในพื้นที่ภาคอีสาน
ตรวจสอบพบมีร้านทองตกเป็นผู้เสียหาย 4 แห่ง รวมความเสียหายทั้งสิ้น 447,000 บาท

ตัวแทนร้านทองผู้เสียหาย เปิดเผยว่า คนร้ายเริ่มต้นด้วยการนำทองแท่ง 2 สลึงมาขายเพื่อสร้างความไว้ใจ ก่อนนำพระเลี่ยมทองมาจำนำทีละองค์จนรวม 4 องค์ ได้เงินไปประมาณ 160,000 บาท จากนั้นยังใช้วิธีหมุนเวียนนำพระมาไถ่ และจำนำซ้ำ พร้อมซื้อทองแท่งเพิ่มเติม เพื่อทำให้ร้านเกิดความสับสนและตายใจ
เจ้าของร้าน ระบุว่า จุดผิดสังเกตเกิดขึ้นเมื่อคนร้ายนำพระชุดใหม่มาจำนำเพิ่มอีก 5 องค์ เมื่อตรวจสอบละเอียดพบทองเลี่ยมบางผิดปกติ ภายนอกเป็นทองจริงแต่ตีบางเฉียบคล้ายกระดาษ ส่วนด้านในอัด “ไส้เทียน” เพื่อหลอกน้ำหนักและรูปทรง เมื่อทางร้านปฏิเสธรับจำนำและให้ไถ่ของเดิมคืน คนร้ายอ้างจะกลับมา แต่สุดท้ายหายตัวไป

ด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย เปิดเผยว่า ลักษณะการก่อเหตุอาศัยช่องโหว่ของร้านทอง เพราะพระเลี่ยมทองที่นำมาจำนำ ร้านมักไม่สามารถแกะหรือบีบตรวจสอบได้ หากดูด้วยตาเปล่าจะเชื่อว่าเป็นทองหนาตามน้ำหนักจริง โดยคนร้ายใช้เทียนอัดเป็นแกนกลางซ่อนอยู่ภายในขอบทอง ทำให้แม้ผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ ยังตกเป็นเหยื่อได้
ผู้ประกอบการร้านทอง ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เมื่อตรวจสอบกรอบพระของกลางอย่างละเอียด พบว่าทองคำที่คนร้ายนำมาจำนำมีน้ำหนักจริงเพียง 0.4 กรัม และ 0.8 กรัมเท่านั้น ทั้งที่กรอบพระขนาดดังกล่าวตามมาตรฐานต้องใช้ทองไม่ต่ำกว่า 2 สลึง สะท้อนให้เห็นถึงวิธีการทำทองยัดไส้ที่แนบเนียนและยากต่อการสังเกตด้วยตาเปล่า
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยอมรับว่า เหตุลักษณะดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่พบในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ทำให้ร้านทองหลายแห่งต้องเพิ่มมาตรการตรวจสอบเข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการลักษณะเดียวกันอีก
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา “ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ” และ “ฟอกเงิน” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลตรวจสอบเครือข่ายว่ามีการก่อเหตุในพื้นที่อื่นหรือไม่ และฝากเตือนผู้ประกอบการร้านทองทั่วประเทศเพิ่มความระมัดระวัง หากพบความผิดปกติให้รีบแจ้งความทันที เพื่อป้องกันความเสียหายซ้ำรอย

















