หลายหน่วยงานเข้าตรวจสอบบ้านหนุ่มหลอนยา อึ๊บหมา ถือดาบยาวขู่ รับตัวไปรักษา สลดอีกในบ้านมีผู้สูงอายุป่วยติดเตียง ลูกชายวัย 12 ได้เรียนแค่ ป.1

วันที่ 23 เมษายน 2569 ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ เจ้าหน้าที่เทศบาลบางกร่าง พร้อม สส.ปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ ลงพื้นที่บ้านพัก ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อเข้าไปพาตัวนายศุภกร อายุ 37 ปี มีอาการป่วยจิต ไปเข้ารับการลักษาตัว ซึ่งนายศุกภกรมีลูกชายอายุ 12 ปี ไม่ได้เรียนหนังสือ โดยในบ้านพักอาศัยกันทั้งหมด 5 คน และมีผู้ป่วยติดเตียง

ที่ผ่านมานายศุภกร มีอาการคลุ้มคลั่งด่าทอคนในบ้าน ถือมีดขู่ฆ่าบุพการี รวมทั้งคนในซอยหวาดกลัวเกรงจะได้รับอันตราย ซึ่งพลเมืองดีแอบถ่ายคลิปเอาไว้ขณะนายศุภกรนำมีดออกมาวางพร้อมนำผ้ามาเซ็ดมีดหลายเล่มและด่าไปทั่ว พร้อมทั้งมีลูกชายนั่งอยู่ข้างๆ และมีเพศสัมพันธ์กับสุนัขในบ้าน

จากการสอบถามลุงของนายศุภกร เล่าว่า นายศุภกร หลานชายของตน ที่ผ่านมาเสพยาเสพติดทุกกอย่างและสติไม่คอยดี ด่าทอคนในบ้าน บางครั้งก็ขู่ฆ่าคนในบ้าน เพื่อนบ้านเอือมระอา และหลานชายของตนชอบมีเพศสัมพันธ์กับหมาในบ้านทุกวัน หมาร้องทุกวัน ตนก็ยากให้เจ้าหน้าที่พาหลานชายของตนเข้ารับการรักษาตัว ซึ่งทางตำรวจได้พานายเข้าตรวจร่างกายที่ รพ.พระนั่งเกล้า ก่อนส่งตัวเข้ารับการรักษา

ต่อมา ตำรวจได้เข้าไปดูในห้องนอนของพบมีดทั้งหมด 6 เล่ม ซุกไว้ใต้ที่นอน จึงได้นำออกมาไปเก็บที่โรงพัก

ด้าน สส.ปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ กล่าวว่า มีคนร้องเรียนไปว่า ลุงที่อยู่บ้านข้างๆ ชอบเสียงดัง มีอาวุธมาโชว์ เช่น มีด ซึ่งคนที่ร้องเรียนไปก็ เครียดจนจะเป็นประสาทแล้ว เพราะเสียงดัง เลยไปร้องเรียนให้เข้ามาดูแล พอเข้ามาตรวจสอบก็มีผู้สูงอายุนอนติดเตียง และมีเด็ก 10 ขวบไม่ได้เรียนหนังสือ เนื่องจากพ่อของเขาผิดปกติ จึงรีบประสานไปทาง พม. เมื่อได้พิจราณาดูก็ไม่ทราบว่าเขาจะเอามีดเอาอาวุธอื่นๆ มาอาละวาดไหม จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ด้วย เพื่อป้องกันการเกิดเหตุกับเจ้าหน้าที่พม. ณ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ก็ได้พาไปตรวจร่างกายที่ รพ.พระนั่งเกล้า ทำเป็นไปตามขั้นตอน และค่อยวินิจฉัยให้ไป รพ.ศรีธัญญา เพื่อไปรักษาเรื่องทางสมองหรือจิตเวช ต่อไปก็จะดูแลเรื่องของเด็ก 10 ขวบ ที่ไม่ได้เรียนหนังสือ ซึ่งน้องได้เรียนแค่ ป.1 แล้วทางพ่อของน้องไม่ให้ไปเรียนต่อ ซึ่งพ่อของน้องให้เหตุผลว่า น้องไปเรียนแล้วถูกทำร้าย รังแก แต่ทางกฎหมายแล้วเด็กต้องได้เรียนตามข้อบังคับพื้นฐาน ก็ต้องรอทาง พม. และทางสังคมสงเคราะห์เข้ามาหาทางแก้ไขว่าจะทำอย่างไร เพราะเด็กก็อยากเรียนและเราก็อยากให้ได้เรียนด้วย

ขณะที่เด็กชายวัย 12 ปี กล่าวว่า พ่อชอบมีอาการเสียงดัง โวยวาย พูดภาษาอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งเป็นแบบนี้ทุกวัน ซึ่งเมื่อก่อนตนเรียนที่โรงเรียนตอน ป.1 พอขึ้น ป.2 ทางพ่อก็ให้ออกจากโรงเรียน เพราะตนเคยบอกว่าโดนเพื่อนแกล้งอะไรบ้าง พอย้ายโรงเรียนก็ไม่มีเหตุการณ์แกล้งอะไรแล้ว แต่พ่อก็ให้ออกจากโรงเรียน

นางวาริน วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า เราได้รับแจ้งในเรื่องให้ช่วยเหลือเด็ก ในเรื่องของการเลี้ยงดูไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในเรื่องของการศึกษา ซึ่งเด็กหยุดเรียนมาเป็นปี และทางเด็กก็อยากกลับไปเรียน เราจึงได้ถามเด็กว่าตอนอยู่กับพ่อเป็นอย่างไร น้องก็บอกว่าเคยมีเหตุการณ์ที่โรงเรียนในขณะที่เล่นกับเพื่อนแล้วตกบันไดโดยไม่ได้ตั้งใจที่จะแกล้ง พ่อน้องเลยไม่ให้ไปโรงเรียนหยุดยาวไป แต่เด็กก็เคยจะขอพ่อไปเรียนแต่ก็ไม่กล้า ซึ่งน้องคงคิดว่า บอกไปพ่อก็คงไม่ให้ไปเรียนแล้ว ในวันนี้น้องก็ประสงค์ที่จะไปเรียน และร่วมโครงการสวัสดิภาพและเข้ารับการศึกษาในภาคการศึกษาใหม่ที่จะถึงนี้ จึงจะพาเด็กออกจากบ้าน และทางพ่อน้องก็จะให้ทางบ้านพักมาดำเนินการอีกครั้ง ส่วนผู้สูงอายุ ทาง พม.อีกหน่วยงานจะเข้ามาดูแล เพราะ พม.มีหน่วยงานหลายส่วน ก็จะบริหารจัดการกันเอง