ตร.ยันจับ "อัจฉริยะ-พวก" รวม 6 คน กรรโชกทรัพย์ ตม. 2.5 ล้าน ทำเป็นขบวนการ เผยผู้เสียหายจ่ายเงินไปแล้วแต่ยังถูกแฉ จึงแจ้งความ ขณะที่ การตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับห้องกัก ตม.สวนพลู เป็นคนละส่วน ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายทั้ง 2 ส่วน
วันที่ 22 เม.ย. 2569 จากกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นำกำลังพร้อมหมายจับศาลอาญา เข้าจับกุมนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านริมคลองประปา ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ เมื่อวานนี้ (21 เม.ย.) ล่าสุด มีการเปิดเผยภาพวงจรปิด เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2569 ภายในชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พบนายอัจฉริยะนั่งพูดคุยอยู่กับนายตํารวจ 2 นาย ซึ่งเป็นคนแจ้งความดําเนินคดีกับนายอัจฉริยะกับพวก ในคดีดังกล่าว

ขณะที่ วันนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.), พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.), พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. ร่วมแถลงข่าว โดยพล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงกลางเดือน ก.พ.69 ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจว่า มีกลุ่มบุคคลเข้ามาเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการไม่เปิดเรื่องราวให้ผู้เสียหายเสียชื่อเสียงในกรณีห้องกักของ ตม.สวนพลู และผู้เสียหายได้มอบเงินให้กลุ่มคนดังกล่าวไป แต่ยังคงมีการเปิดเผยข้อมูลอยู่จึงทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหาย และเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสืบสวนและรวบรวมหลักฐาน จนสามารถขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 6 คน และเป็นที่มาของการเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 6 คน ใน 6 จุดทั่วประเทศ

ขณะที่ ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีนี้ผู้เสียหายถูกกรรโชกทรัพย์ เรียกเงินราว 2.5 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาในการสอบสวน 2 เดือน และรวบรวมพยานหลักฐานนอกเหนือจากคำให้การของผู้เสียหายจนน่าเชื่อว่า กลุ่มผู้ต้องหาน่าจะเป็นคนที่กระทำความผิดจึงมีปฏิบัติการเมื่อวานนี้ และนำไปสู่การออกหมายจับ 6 คน ใน 6 จุดทั่วประเทศ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด ขั้นตอนต่อไป คือ การรวบรวมพยานหลักฐานของผู้เสียหายมาเพิ่มเติมในส่วนที่ยังขาดเหลือ พร้อมยืนยันว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาจะสามารถต่อสู้คดีได้ โดยพร้อมที่จะเปิดรับข้อเท็จจริงและนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ หรือ หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบบุคคลใดจะสืบสวนเพิ่มเติมต่อไป

ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ยังกล่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่ มีโครงสร้าง มีแผนประทุษกรรมที่ชัดเจน โดย กลุ่มแรกมี อินฟลูเอนเซอร์ กลุ่มที่ 2 ทำหน้าที่ ข่มขู่ สร้างเงื่อนไขกระบวนการทำให้ผู้เสียหายจำเป็นหรือยินยอมที่จะจ่าย กลุ่มที่ 3 เป็นผู้ทำหน้าที่รับเงิน ทั้ง 3 กลุ่มมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน มีการจ่ายเงินและเริ่มกระบวนการตั้งแต่ต้นปี 2569 เรื่อยมา จนกลุ่มผู้เสียหายยินยอมจ่ายเงินเพื่อไม่ยอมให้ถูกแฉ ซึ่งตำรวจเก็บรวบรวมพยานหลักฐานนอกเหนือจากคำพูด และมีหลักฐานพบว่า มีกระบวนการจ่ายเงิน และเงินไปถึงใคร และมีการซัดทอดไปถึงบุคคลใด และเมื่อมีการจ่ายเงินก็ยังคงมีการแฉ กระทั่งกลุ่มผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์ในประเด็นขู่กรรโชกทรัพย์ ในช่วง ต้นเดือน ก.พ.2569 และนำมาสู่การจับกุมเมื่อวานนี้ 21 เม.ย.2569

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ในคดีกรรโชกทรัพย์ และการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับห้องกัก ตม.สวนพลู เป็นคนละส่วนกัน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้คณะทำงานทั้ง 2 ส่วนตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบตำรวจคนใดเข้าไปเกี่ยวข้องจะดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา

ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง ไม่ใช่การเอาคืน ไม่ได้โกรธแค้น แต่เป็นเรื่องการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิด โดยมีพยานหลักฐาน ผู้กล่าวหาดำเนินการมาแจ้ง ไม่ใช่การแสวงหาหลักฐาน ยืนยันว่าเป็นเรื่องผู้เสียหายกับผู้ต้องหา

















