นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยผลการเข้าพบนายดมิทรี ปาตรูเชฟ รองนายกรัฐมนตรีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย และนายแมกซิม มาโควิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ณ สหพันธรัฐรัสเซีย เพื่อหารือแนวทางการขยายการค้าระหว่างไทยและรัสเซีย ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเชื่อมั่นว่าสินค้าเกษตรและอาหารของทั้งสองประเทศยังมีศักยภาพในการเติบโตทางการค้าได้อีกมาก
ในการหารือ ฝ่ายไทยได้แจ้งความประสงค์ขอรับการจัดสรรโควตานำเข้าปุ๋ยยูเรียจากรัสเซียในราคามิตรภาพ ปริมาณ 1-2 ล้านตันต่อปี โดยระบุความต้องการเป็นปุ๋ยชนิดเม็ด (Granular) ขนาด 2.5-5 มม. ซึ่งหากทางการรัสเซียเห็นชอบ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะรับหน้าที่เป็นผู้ประสานงานกับเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองฝ่าย โดยตั้งเป้าให้สามารถเริ่มนำเข้าปุ๋ยได้ภายในเดือนพฤษภาคม 2569


นอกจากนี้ นายสุริยะยังได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างไทยและรัสเซีย เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาคงค้างด้านการนำเข้าและส่งออกสินค้าสำคัญ รวมถึงหารือประเด็นความร่วมมือทางวิชาการและวิทยาศาสตร์ที่เห็นพ้องร่วมกัน โดยมุ่งหวังให้ได้ข้อสรุปเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน
ทางด้านนายดมิทรี ปาตรูเชฟ รองนายกรัฐมนตรีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ได้ตอบรับข้อเสนอการจัดตั้งคณะทำงานร่วมดังกล่าว เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางการค้าในระยะยาว พร้อมยืนยันว่ารัสเซียมีความพร้อมที่จะส่งออกปุ๋ยไนโตรเจน (ยูเรีย) และปุ๋ยแร่ผสมให้แก่ไทย โดยปัจจุบันมีบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ ได้แก่ PhosAgro และ UralChem ที่สนใจทำสัญญาส่งออกระยะยาว
ทั้งนี้ ในส่วนของรายละเอียดด้านราคาและคุณสมบัติเฉพาะของปุ๋ย ทางการรัสเซียเสนอให้ภาคเอกชนของทั้งสองฝ่ายเป็นผู้หารือร่วมกันในรายละเอียดต่อไป โดยมีนายเยฟเกนี โทมิคิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย เป็นผู้ประสานงานหลักของฝ่ายรัสเซีย





















