เผยผลตรวจรถพ่วงชนยับ 9 คันที่ จ.ลำปาง เบรกใช้งานได้ ยกเว้นเพลาซ้ายผิดปกติเล็กน้อย ส่วนคนขับได้ประกันตัวชั้นสอบสวน 100,000 บาท ญาติผู้เสียชีวิตเล็งฟ้องแพ่งเรียก 22 ล้าน

วันที่ 13 เม.ย. 2569 เมื่อเวลา 9.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอ อายุ 40 ปี คนขับรถพ่วง 18 ล้อ ที่ชนท้ายรถยนต์รวดเดียวเสียหาย 9 คัน บนถนนพหลโยธิน (ขาขึ้น) กม.601 ต.แม่วะ อ.เถิน จ.ลำปาง ตรงข้ามอุทยานแห่งชาติแม่วะ โดยบริเวณดังกล่าวอยู่ระหว่างมีการซ่อมแซมผิวจราจรทำให้รถชะลอและจอดต่อแถวยาว เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สามีภรรยาคู่หนึ่งเสียชีวิต ลูกสาววัย 3 ขวบที่รอดชีวิตต้องกำพร้า ซึ่งในชั้นพนักงานสอบสวน นายเอได้ใช้เงินสดจำนวน 100,000 บาท ประกันตัวออกไปแล้ว

ล่าสุด ข้อมูลจากแหล่งข่าวทราบว่า ผลการตรวจสภาพรถพ่วงคันดังกล่าว ซึ่งตำรวจ สภ.เถิน นำไปตรวจที่สำนักงานขนส่งสาขาเถิน ปรากฏว่า ระบบเบรกยังใช้งานได้ตามปกติ แต่จะมีที่เพลาซ้ายของรถที่ผิดปกติบางส่วนเล็กน้อย ซึ่งหากไปตรวจสภาพรถทั่วไปจะไม่ให้ผ่าน

ทั้งนี้ วานนี้ ญาติผู้เสียชีวิตได้มีการยื่นข้อเสนอเยียวยาเบื้องต้นไปจำนวน 22 ล้านบาท แต่ฝ่ายคู่กรณียังไม่รับเงื่อนไข อ้างว่าต้องรอปรึกษาเจ้าของรถและบริษัทคู่สัญญาก่อน ทำให้ไม่สามารถตกลงกันได้ ซึ่งตัวเลขที่มีการเจรจากันนั้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ และจะมีการนัดเจรจากันอีกครั้ง หลังจากการจัดงานศพเสร็จแล้ว เบื้องต้นฝ่ายคู่กรณีได้มอบค่าปลงศพจำนวน 100,000 บาทให้กับครอบครัวผู้ตายเพื่อใช้จ่ายในงานบำเพ็ญกุศลศพก่อน และจะมีการนัดไกล่เกลี่ยกันอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าต้องรอให้จัดการฌาปนกิจศพให้เสร็จเรียบร้อยก่อน ส่วนในด้านคดีแพ่งและคดีอาญาก็ดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และกรณีที่ผู้เสียหายรายอื่นๆ ตำรวจ สภ.เถิน จะนัดให้ผู้เสียหาย ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด รวมถึงคนขับ เจ้าของรถ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาเจรจาชดใช้ค่าเสียหายกันอีกครั้ง

ด้าน น.ส.อารีย์รัตน์ พรหมมาวัน เจ้าหน้าที่ชำนาญการ สํานักงาน คปภ.จังหวัดลําปาง เปิดเผยว่า รถคันเกิดเหตุได้ทำประกันภัยไว้กับบริษัทวิริยะประกันภัย 2 ฉบับทั้งหัวและพ่วง และมีประกันภัยภาคสมัครใจทั้งหัวและพ่วง รวม 4 กรมธรรม์ ค่าสินไหมทดแทนฉบับละ 5 แสนบาทรวมแล้ว 2 ล้านบาท และมีประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลของผู้เกิดเหตุอีก ทำความคุ้มครองไว้ 2 แสนบาท รวมแล้วจะได้รับค่าสินไหมทดแทนรายละ 2.2 ล้านบาท ส่วนผู้เสียหายรายอื่นๆ ทาง คปภ.ได้ประสานไปยังบริษัทประกันภัยต่างๆ แล้วให้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียและและเร่งรัดการจ่ายสินไหมทดแทนต่อไป