สวนดุสิตโพล เผย ปชช.ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับ 3 แนวทาง รับมือวิกฤตพลังงานของรัฐบาล

วันที่ 12 เมษายน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “การรับมือวิกฤตพลังงานของรัฐบาล” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,266 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 7-10 เมษายน 2569 ผลการสำรวจ พบว่า จาก 3 แนวทางที่นายกรัฐมนตรีแถลง กลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยกับแนวทางปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและค่าไฟฟ้ามากที่สุด ร้อยละ 72.27 โดยคาดหวังว่าจาก 3 แนวทางนี้น่าจะช่วยแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานได้สำเร็จ ร้อยละ 34.36 (ไม่แน่ใจ ร้อยละ 32.23) และอยากให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องลดภาษีน้ำมัน ภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติม ร้อยละ 76.07


1. ประชาชนเห็นด้วยกับ 3 แนวทางที่นายกรัฐมนตรีแถลงเพื่อรับมือวิกฤตพลังงานมากน้อยเพียงใด
อันดับ 1 ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและค่าไฟฟ้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด 72.27%
อันดับ 2 จัดมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน เช่น คนละครึ่งพลัส / สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และ SMEs 59.48%
อันดับ 3 ปรับลดงบประมาณภาครัฐ เพื่อนำมาช่วยเหลือลดผลกระทบ แก่ประชาชนเป็นลำดับแรก 58.06%


2. ประชาชนคาดหวังว่าทั้ง 3 แนวทางนี้จะช่วยแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานได้สำเร็จหรือไม่
อันดับ 1 น่าจะสำเร็จ 34.36%
อันดับ 2 ไม่แน่ใจ 32.23%
อันดับ 3 สำเร็จแน่นอน 14.69%
อันดับ 4 ไม่น่าจะสำเร็จ 13.98%
อันดับ 5 ไม่สำเร็จ 4.74%


3. นอกจาก 3 แนวทางที่ประกาศแล้ว ประชาชนอยากให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องใดเพิ่มเติม
อันดับ 1 ลดภาษีน้ำมัน / ภาษีสรรพสามิต 76.07%
อันดับ 2 ตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค 75.12%
อันดับ 3 เพิ่มเงินอุดหนุนค่าไฟฟ้าสำหรับผู้มีรายได้น้อย 54.74%
อันดับ 4 ส่งเสริมพลังงานทดแทนในระยะยาว 54.27%
อันดับ 5 บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่หาประโยชน์จากวิกฤตพลังงาน 46.05%

 

 


ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจสะท้อนความหวังของประชาชนต่อรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอนุทิน ที่ต้องการเห็นประเทศฝ่าวิกฤตพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเร่งบรรเทาภาระค่าครองชีพในทันทีและมีมาตรการระยะสั้นที่จับต้องได้มากกว่านโยบายเชิงหลักการหรือความเห็นทั่วไปที่อาจสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชน สะท้อนว่าการสื่อสารและการแก้ปัญหาของรัฐบาลต้องชัดเจน ตรงจุด และตอบโจทย์สถานการณ์จริงที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกอนงค์ ศรีสำอางค์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางรัฐบาลในการ “ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน” เพราะมองว่าเป็นรากของปัญหาค่าครองชีพทั้งค่าน้ำมันและค่าไฟฟ้า ขณะเดียวกันระดับความเชื่อมั่นต่อมาตรการ ทั้ง 3 แนวทางว่าจะแก้วิกฤตได้จริงยังอยู่ในระดับปานกลาง และมีสัดส่วน “ไม่แน่ใจ” สูง สื่อถึงทุนทางความไว้วางใจที่ยังจำกัด ความต้องการให้ “ลดภาษีน้ำมันและภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติม” ในสัดส่วนสูงมาก แสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญกับมาตรการบรรเทาผลกระทบระยะสั้นที่เห็นผลได้ทันที ควบคู่กับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ในมุมของการบริหารภาครัฐจึงเป็นโจทย์ใหญ่ในการผสานระหว่างการตอบสนองความเดือดร้อนของประชาชนกับการรักษาวินัยการคลังและความยั่งยืนเชิงนโยบายของรัฐ