กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งหารือผู้ประกอบการผลิตปุ๋ย 6 รายใหญ่ รับมือผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ยืนยันสต็อกปุ๋ยในประเทศยังมีเพียงพอ 9 แสนตัน ด้าน รมว.เกษตรฯ ประกาศอาสาลุยงานช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ เตรียมบินด่วนเยือนรัสเซีย เพื่อเจรจานำเข้าแม่ปุ๋ย หวังเป็นของขวัญปีใหม่ไทยให้เกษตรกร
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับบริษัทผู้ผลิตปุ๋ยภายในประเทศจำนวน 6 บริษัท พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ เพื่อติดตามสถานการณ์การนำเข้าแม่ปุ๋ยที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นและเกิดกระแสข่าวเรื่องการขาดแคลนปุ๋ยยูเรีย

นายสุริยะ ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะนี้มีเรือขนส่งปุ๋ยของผู้ประกอบการไทยติดค้างรอการขนส่งอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซจำนวน 3 ลำ ปริมาณรวมประมาณ 250,000 ตัน อย่างไรก็ตาม ขอให้เกษตรกรอย่าตื่นตระหนก เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณปุ๋ยสำรองอยู่ถึง 900,000 ตัน ซึ่งคาดว่าจะเพียงพอต่อความต้องการในระยะนี้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ นายสุริยะ ได้กล่าวเน้นย้ำถึงแนวทางการแก้ปัญหาในระยะเร่งด่วนว่า ได้เตรียมแผนเดินทางบินด่วนไปยังประเทศรัสเซียในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ เพื่อเจรจาจัดหาปุ๋ยมาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเป็นการเร่งด่วน พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า "ช่วงสงกรานต์นี้ ผมจะอาสาทำงาน เพื่อไปเจรจาหาปุ๋ยเพื่อให้ข่าวดีกับพี่น้องเกษตรกร ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ไทยด้วย"

ทางด้าน นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในภาวะปกติประเทศไทยมีความต้องการใช้ปุ๋ยประมาณ 6 ล้านตันต่อปี นอกเหนือจากสต็อกที่มีอยู่ 9 แสนตันแล้ว ภาครัฐและเอกชนจะเร่งนำเข้าเพิ่มเติมอีก 1 ล้านตัน เพื่อเตรียมรองรับฤดูกาลเพาะปลูกที่จะมาถึงในเดือนพฤษภาคมนี้

นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรยังได้ออกมาตรการลดต้นทุนการผลิต โดยอนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถใช้วัสดุอื่น เช่น กระดาษอัด เพื่อทดแทนพลาสติกในการผลิตกระสอบปุ๋ย หลังจากที่ราคาพลาสติกปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งมาตรการดังกล่าวส่งผลให้ราคาพลาสติกลดลงในทันที

ในส่วนของตัวแทนภาคเอกชน นำโดย นายมนัส เจียรวนนท์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เจียไต๋ จำกัด, นายไพฑูรย์ ติโลกวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัทปุ๋ยไวกิ้ง จำกัด และนางสาววรัญญา บุญญาวิวัฒน์ นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย ได้ออกมายืนยันร่วมกันว่าจะไม่มีการปรับขึ้นราคาปุ๋ย และปุ๋ยสูตรอื่นๆ จะไม่เกิดปัญหาขาดแคลน ภาคเอกชนยังเน้นย้ำถึงความพร้อมในการร่วมมือกับกระทรวงเกษตรฯ ในรูปแบบ "ทีมไทยแลนด์" เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งในด้านการบริหารจัดการราคา การหาปุ๋ยสูตรทดแทน และการประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกในการนำเข้า ซึ่งคาดว่าหากการเจรจากับซัพพลายเออร์ในรัสเซียเป็นไปอย่างราบรื่น จะส่งผลให้ราคาปุ๋ยมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในอนาคตอันใกล้

















