อ.โต้ง ตั้งโต๊ะแถลง พร้อมท้ามหาวิทยาลัยเปิดเอกสารเลิกจ้าง 12 หน้าได้เลย โต้ "สนธิ" ปมพาคนในครอบครัวรับตำแหน่ง เพราะ ดร.อาทิตย์ ชักชวน เรื่องทุนไม่เคยขอ มีแต่คนเสนอให้ ซื้อบ้าน-รถ-ไปต่างประเทศก็เงินส่วนตัว

วันที่ 7 เม.ย. 2569 รองศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล หรือ อ.โต้ง นักอาชญาวิทยา ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจง กรณีมหาวิทยาลัยรังสิตออกแถลงการณ์เลิกจ้าง โดยไม่จ่ายค่าชดเชยใน 3 ประเด็นหลัก อ.โต้ง ชี้แจงว่า ข้อแถลงการณ์ของมหาวิทยาลัยที่ออกมาก่อนหน้านี้ "ไม่เป็นไปตามความจริง" พร้อมยันยันว่า สิ่งที่ตนเองทำ เป็นไปตามคำสั่งของอธิการบดีคนเก่าที่แต่งตั้งตนเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ว่ามีการขนดินออกจากมหาวิทยาลัยฯ ในวันที่ 21-27 ธันวาคม 2567 จริงหรือไม่ ซึ่งภายหลังจากการสอบสวนทั้งพยานบุคคล 9 ปาก และพยานหลักฐานที่เป็นคลิปวิดีโอและภาพจากกล้องวงจรปิด ก็พบว่ามีรถบรรทุกเข้ามาขนดินออกไป 84 ครั้ง คิดเป็นเงินประมาณ 588,000 บาท จึงได้นำหลักฐานที่พบนำเสนอต่ออธิการบดีคนเก่าเพื่อขอความเห็นว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งทางอธิการบดีได้สั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนและแจ้งความกับตำรวจภายนอก ทั้งนี้ ทนายความก็ได้ไปแจ้งความกับ สภ.ปากคลองรังสิต ฐานร่วมกันลักทรัพย์ของมหาวิทยาลัยฯ นายจ้างหรือฐานความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง

อ.โต้ง ยังกล่าวถึงประเด็นที่มหาวิทยาลัยฯ แถลงว่า ที่ระบุว่า ในรายงานการสอบสวนภายในมหาวิทยาลัยที่ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล เป็นประธานสอบสวนด้วยตนเองในขณะนั้น ได้ข้อสรุปชัดเจนว่า “ไม่มีหลักฐานชัดเจนเพียงพอว่ากระทำผิดอาญาตามข้อกล่าวหา” (ข้อหาลักทรัพย์) นั้น อ.โต้งบอกว่า มหาวิทยาลัยหยิบยกมาเพียงบางส่วน โดยคณะกรรมการมีความเห็นว่า ผู้ที่ถูกสอบมีความผิดวินัยตามระเบียบข้อบังคับของมหาวิทยาลัยฯ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ.2560 แต่คณะกรรมการยังไม่พบหลักฐานที่จะเอาผิดในคดีอาญา เนื่องจากเป็นหน้าที่ของตำรวจในการสืบสวนสอบสวนและแจ้งความ ซึ่งการทำงานของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และการสืบสวนของตำรวจ เป็นการทำงานคู่ขนานกัน ซึ่งภายหลังมีการเปลี่ยนอธิการบดี มหาวิทยาลัยทำหนังสือไปยัง สภ.ปากคลองรังสิต เพื่อขอถอนแจ้งความในคดีลักทรัพย์นายจ้าง แต่เนื่องจากเป็นอาญาแผ่นดิน แต่พนักงานสอบสวนก็ต้องดำเนินดคีต่อ แต่ปัจจุบันตำรวจยังไม่ได้เรียกใครสอบปากคำเพิ่มเติม

ส่วนประเด็นเรื่องการเลิกจ้าง โดยไม่จ่ายค่าชดเชยนั้น เนื่องจากมหาวิทยาลัยได้พิจารณาโทษทางวินัย และแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตนเอง หลังได้ไปออกรายการดัง โดยระบุว่า ตนป่าวประกาศสร้างเรื่องเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริงให้เข้าใจมหาวิทยาลัยผิด ถือเป็นความผิดร้ายแรงจึงเลิกจ้างตน นั้น อ.โต้ง ยืนยันว่า ตนไม่ได้บิดเบือนแบบที่มหาวิทยาลัยกล่าวอ้าง ตนทำงานมา 17 ปี ไม่มีทางทำให้มหาวิทยาลัยเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างแน่นอน

พร้อมตั้งคำถามว่า การปลดอธิการบดีคนเก่า และตนเองเพื่อเปลี่ยนยุทธศาสตร์การบริหารงานในมหาวิทยาลัย เหตุใดอธิการบดีคนเก่าจึงร้องเรื่องการปลดไม่เป็นธรรมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.)

ส่วนกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล ออกมาพาดพิงว่า การเคลื่อนไหวของตนเป็นการ "เผาบ้านตัวเอง" นั้น โดย อ.โต้งชี้แจงว่า กระแสข่าวที่ตนเองพาคนในครอบครัวเข้ามานั่งตำแหน่งต่างๆ ในมหาวิทยาลัยนั้น ได้รับชวนจาก ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีคนปัจจุบันทั้งสิ้น และบวกกับทุกคนมีโปรไฟล์ดีจึงมีการชักชวนมาทำงาน ส่วนเรื่องทุน ตนไม่เคยขอทุนและไม่เคยสอบชิงทุน มีแต่คนเข้ามาเสนอทุนให้ในรูปแบบต่างๆ ตอนที่ตนไปต่างประเทศก็ใช้เงินครอบครัว และยืนยันว่า ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ไม่เคยซื้อบ้านและรถให้ ตนได้รับเพียงเงินจากการทำงานส่วนตัวเพียงเท่านั้น

ทั้งนี้ยืนยันว่า "สิ่งที่ตนทำ เป็นไปตามคำสั่งของอธิบดีคนเก่า มีเอกสารชี้แจงครบถ้วนทุกอย่าง การที่ออกมาแถลงวันนี้เพื่อปกป้องสิทธิของตัวเอง หลังจากนี้จะเดินทางไปร้องที่ศาลแรงงานต่อไป"

นอกจากนี้ อ.โต้ง ยังท้ามหาวิทยาลัยเปิดหลักฐานเอกสารเลิกจ้าง 12 หน้าได้เลย