"ไอ้โม่ง" มีจริงทำไมไม่จับ? ม็อบเดือด บุกทำเนียบฯ ถามหาความจริง ปมน้ำมันกักตุน รวมพลยื่นหนังสือ ร้องคุมราคาพลังงาน-ค่าการกลั่น
วันที่ 2 เม.ย. 2569 กลุ่มสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) พร้อมด้วย กลุ่มสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) นำโดย สาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย และนายมานพ เกื้อรัตน์ เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และเครือข่ายที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงาน ได้เคลื่อนขบวนมาถึง บริเวณด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล ฝั่งตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยรักษาความเรียบร้อยและดูแลความปลอดภัย
ทางแกนนำ และแนวร่วม ได้สลับกันขึ้นรถปราศรัย เรียกร้องให้รัฐบาลแก้วิกฤตพลังงาน
นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย ซึ่งเป็นแกนนำในการยื่นหนังสือครั้งนี้ เปิดเผยว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เดินทางไปยังกระทรวงพลังงาน เนื่องจากประชาชนกำลังเผชิญความเดือดร้อนอย่างหนัก จากการปรับขึ้นราคาน้ำมันของรัฐบาล โดยก่อนหน้านี้ปรับขึ้นลิตรละ 6 บาท และล่าสุดปรับขึ้นอีก 3.50 บาทต่อลิตร ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนอย่างชัดเจน
การเดินทางมายื่นหนังสือในวันนี้ ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เนื่องจากยังมีเครือข่ายองค์กรแรงงานอีกหลายกลุ่ม ที่อยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์ และเตรียมขับเคลื่อนข้อเรียกร้อง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของรัฐบาลต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ท่ามกลางความเดือดร้อนของประชาชนในขณะนี้
นายสาวิทย์ ระบุว่า หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา รัฐบาลเคยให้คำมั่นว่าจะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ในความเป็นจริง กลับมีเสียงสะท้อนจากประชาชนจำนวนมากว่า “ไม่ไหวแล้ว”
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า ประเทศมีน้ำมันสำรองใช้ได้ถึง 106 วัน แต่กลับเกิดภาวะขาดแคลนภายในเวลาไม่นาน อีกทั้งพบว่า เมื่อมีการประกาศขึ้นราคาน้ำมัน กลับมีน้ำมันเพียงพอให้เติม จึงเกิดคำถามว่า ใครอยู่เบื้องหลังสถานการณ์ดังกล่าว และเหตุใดรัฐบาลจึงไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีระบุว่า ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการกักตุนของประชาชน ทั้งที่รัฐบาลมีอำนาจโดยตรงในการบริหารจัดการ แม้จะอยู่ในสถานะรักษาการก็ตาม ดังนั้น การมายื่นหนังสือในวันนี้ จึงต้องการส่งเสียงให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
รวมถึงข้อกังวลที่ว่ารัฐบาลอาจให้ความสำคัญกับนายทุนมากกว่าประชาชน จึงต้องการยื่นหนังสือเพื่อสะท้อนปัญหาและข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาลโดยตรง
ส่วนในประเด็นแนวโน้มราคาน้ำมันที่อาจปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายสาวิทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น และพบว่าราคาน้ำมันในบางช่วงสวนทางกับราคาตลาดโลก แต่ราคาน้ำมันในประเทศไทยกลับปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่น้ำมันที่จำหน่ายในปัจจุบันยังเป็นน้ำมันจากสต๊อกเดิม
ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งหามาตรการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การปรับลดค่าการกลั่น ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 7 บาทต่อลิตร การลดภาษีซ้ำซ้อน รวมถึงการตรวจสอบปัญหาการกักตุน และข้อเท็จจริงเรื่องการนำเข้าน้ำมัน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำชี้แจงที่ชัดเจนต่อประชาชน
ขณะที่รัฐบาลระบุว่า ให้เป็นไปตามกลไกตลาดโลก และแนะนำให้ประชาชนปรับตัว ลดการใช้พลังงานนั้น ในมุมมองของเครือข่ายแรงงาน เห็นว่าไม่สามารถทำได้จริง
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวในวันนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อขับไล่รัฐบาล แต่อนาคตของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับการแก้ไขปัญหา หากไม่ดำเนินการในสิ่งที่ควรทำ ประชาชนก็จะเป็นผู้ตัดสินเอง
นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่า รับทราบหรือไม่ว่ามีการลักลอบขนน้ำมัน และการกักตุนเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และหากทราบแล้ว มีมาตรการจัดการอย่างไร ส่วนที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีพลังงานคนใหม่ที่ออกมายอมรับในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ว่า มีไอ้โม่งจริง มีการกักตุนน้ำมันอยู่จริงเพราะฉะนั้นเงินที่ได้มาจะไม่ใช้จะได้ใช้ในคุก แสดงว่ารัฐบาลก็รู้ว่ามีการกักตุนน้ำมันจริง แล้วจะมาข่มขู่พี่น้องประชาชนว่าให้เตรียมการให้ประหยัด ให้ระมัดระวังในการใช้ แล้วรัฐบาลจะลอยตัวอยู่เหนือปัญหาหรือ มันไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลควรจะพูดแบบนี้ ควรจะลงมือทำ และลดรายจ่ายของประชาชนลง
ทั้งนี้ ปัญหาราคาพลังงานที่สูงขึ้น ยังส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม โดยหลายโรงงานเริ่มลดกำลังการผลิต ไม่สามารถส่งออกได้ บางแห่งลดจำนวนพนักงาน ปิดกิจการ หรือปรับลดค่าจ้างเหลือเพียงร้อยละ 75 ซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจในระยะต่อไป














