เชียงใหม่วิกฤต! 5 อำเภอ ฝุ่นPM 2.5 ทะลุ 200 ไมโครกรัม ม่านพิษบังดอยสุเทพมิด สนามบินต้องเปิดไฟนำร่องช่วยเครื่องบินลงจอด
เช้าวันนี้ (29 มีนาคม 2569) สถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบรรยากาศบริเวณจุดชมวิววัดพระธาตุดอยสะเก็ดพระอารามหลวง ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบจนไม่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของตัวเมืองได้ตามปกติ
บรรยากาศบนท้องถนนหลายแห่งในตัวเมืองเชียงใหม่ยังคงถูกปกคลุมด้วยฝุ่นพิษ ประชาชนที่สัญจรไปมาต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเพื่อป้องกันสุขภาพ ทัศนวิสัยการมองเห็นขุ่นมัวไม่ปลอดโปร่งเหมือนก่อน โดยในวันนี้ภาพจำของเชียงใหม่อย่าง "ดอยสุเทพ" ได้เลือนหายไปจากสายตาเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากถูกม่านฝุ่นพิษบดบังอย่างสมบูรณ์
ทางด้านท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้มีการเปิดไฟนำร่อง (Lead-in Lighting) เพื่อช่วยให้นักบินสามารถมองเห็นรันเวย์ได้ในระยะไกลและเพิ่มความปลอดภัยในการนำเครื่องลงจอด อย่างไรก็ตาม ในทางการบินขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบที่รุนแรง เครื่องบินยังสามารถขึ้น-ลงได้ตามตารางปกติ
จากการรายงานค่าเฉลี่ยฝุ่น PM 2.5 รายชั่วโมง พบว่ามี 5 อำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ที่สถานการณ์วิกฤตที่สุด (ค่าฝุ่นเกิน 190-200 \mu g/m^3) ได้แก่
* อ.เวียงแหง: 207.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
* อ.เชียงดาว: 204.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
* อ.ไชยปราการ: 202.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
* อ.ฝาง: 198.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
* อ.แม่แจ่ม: 195.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ขณะที่ในพื้นที่ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง วัดค่าฝุ่นได้ 87 \mu g/m^3 (เมื่อเวลา 09:00 น.) ซึ่งอยู่ในระดับ "มีผลต่อสุขภาพ" ประชาชนในพื้นที่ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งและสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นระดับ N95 หากจำเป็นต้องออกจากเคหสถาน
ทั้งนี้ คาดว่าหากยังไม่มีฝนตกหรือกระแสลมช่วยระบายอากาศ สถานการณ์หมอกควันอาจยังคงปกคลุมพื้นที่และส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ต่อเนื่องในระยะนี้

















