ตำรวจสุรินทร์ รวบพระแต่งชุดฆราวาส เมาแล้วขับ ซุกปืนเถื่อน 9 มม.ในรถ มากับสีกากลางดึก

วันที่ 27 มีนาคม 2569 เมื่อเวลาประมาณ 00.05 น. ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์, พ.ต.อ.ชัยณรงค์ บุญด้วง รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์, พ.ต.อ.สุโชค ผู้มีโชคชัย รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์, พ.ต.อ.เอกพงษ์ พลมณี ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์, พ.ต.ท.วัชรพงศ์ พวงบุตร รอง ผกก.สส.สภ.เมืองสุรินทร์, และ พ.ต.ท.อรรถพล พลยางนอก รอง ผกก.จร.สภ.เมืองสุรินทร์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ โดยชุดจราจรและชุดสืบสวน ได้ร่วมกันตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณ ถนนกรุงศรีนอก ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

ขณะปฏิบัติหน้าที่ พบรถยนต์ยี่ห้อเชฟโลเล็ต สีเทา ขับเข้ามายังจุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกตรวจสอบ พบว่าผู้ขับขี่แสดงตนไม่ตรงกับข้อมูลในเบื้องต้น ต่อมาทราบชื่อคือ นายศุภวัฒน์ อายุ 42 ปี จากการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายพบว่า มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการจับกุมในข้อหา “ขับรถในขณะเมาสุรา”

จากการตรวจสอบภายในรถพบผู้โดยสารหญิง 1 ราย คือ นางสุมนฑาทิพย์ อายุ 46 ปี ซึ่งมีท่าทีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจค้น พบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. พร้อมเครื่องกระสุนปืน ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าสะพาย จึงได้ควบคุมตัว และแจ้งข้อกล่าวหาในเบื้องต้นฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

นอกจากนี้ จากการตรวจค้นภายในรถเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่พบ เงินสดจำนวน 123,814 บาท รวมทั้ง อังสะ สบง และรัดประคด ซึ่งเป็นเครื่องอัฐบริขารของพระภิกษุ

จากการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม ทราบว่า นายศุภวัฒน์ ยังมีสถานะเป็นพระภิกษุจำพรรษาอยู่ในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ส่วนกรณีอาวุธปืนนั้น ภายหลังนางสุมนฑาทิพย์ ให้การว่า อาวุธปืนดังกล่าวมิใช่ของตน แต่เป็นของนายศุภวัฒน์ โดยก่อนหน้านี้รับสารภาพแทน เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหารายดังกล่าวจะได้รับผลกระทบทั้งทางกฎหมายและทางพระวินัย

เบื้องต้น ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวกับสถานะทางพระวินัยต่อไป