เปิดใจทั้งน้ำตา! พี่ชายเหยื่อฆ่าหั่นศพทิ้งเลียบคลองประปา เผยน้องสาวถูกแฟนทำร้ายมาตลอด พบคนร้ายเป็นพ่อครัวทำงานที่เดียวกับน้อง ลั่นดำเนินคดีถึงที่สุด ไม่ขอส่งตัวกลับไปรับโทษที่ลาว

ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญฆ่าหั่นศพหญิงสาวชาวลาวในพื้นที่ จ.นนทบุรี ล่าสุด นายเดช อายุ 26 ปี พี่ชายคนโตของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ผู้ตายคือ น.ส.แอม อายุ 20 ปี น้องสาวคนเล็กสุดในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 3 คน โดยที่ผ่านมา น.ส.แอม เป็นคนขยันทำงาน ไม่เคยสร้างความลำบากให้ครอบครัว และคอยช่วยเหลือซัปพอร์ตทุกคนในบ้าน โดยย้ายมาทำงานและใช้ชีวิตอยู่กับแฟนหนุ่มที่ประเทศไทยประมาณ 2–3 ปีแล้ว

นายเดช เล่าว่า แฟนของน้องสาวเป็นคนขี้หึงอย่างหนัก และมีพฤติกรรมทำร้ายร่างกายน้องสาวมาโดยตลอด ซึ่งตนสังเกตเห็นรอยช้ำบริเวณใบหน้าและดวงตาหลายครั้ง อีกทั้งฝ่ายชายไม่ยอมปล่อยให้น้องสาวไปไหนหรือคลาดสายตา ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม น้องสาวได้โทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือ บอกว่าแฟนไม่ยอมเลิกรา ระหว่างคุยโทรศัพท์เหมือนถูกปัดมือถือและกดวางสาย เมื่อตนโทรกลับ น้องสาวยังรับสายและถามว่าตนว่างหรือไม่ ซึ่งตนตอบว่าไม่ว่างเพราะไม่รู้ว่าทั้งคู่มีปัญหากัน หลังจากนั้นประมาณ 20 นาที มีข้อความส่งมาว่าไม่ต้องไปหาแล้วจะไปทำงานเอง ซึ่งตนเชื่อว่าอาจไม่ใช่น้องสาวเป็นคนพิมพ์ เพราะหลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก รวมถึงไม่สามารถติดต่อแฟนของน้องสาวได้เช่นกัน

ต่อมาประมาณเที่ยงคืน นายเดชได้เดินทางไปที่ห้องพัก พบกระเป๋าสีดำวางอยู่ 1 ใบ แต่ยังไม่เอะใจ เพราะภายในห้องถูกเก็บของและทำความสะอาดเรียบร้อย อย่างไรก็ตามตนได้กลิ่นคล้ายเลือดบริเวณห้องน้ำ และพบคราบเลือดกระเด็นอยู่ตรงประตู ทำให้เกิดความสงสัยอย่างมาก จึงพูดกับแฟนน้องสาวด้วยความโกรธว่า “ต้อม มึงทำแบบนี้กับน้องกูได้ยังไง” แต่ฝ่ายชายกลับทำท่าทางเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอนสวมเพียงกางเกงขาสั้นอยู่บนเตียง โดยภายหลังจากที่ไปตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดร่วมกับตำรวจ จึงทราบว่า ขณะนั้นศพของน้องสาวถูกซ่อนไว้ใต้เตียง ซึ่งทำให้ตนยิ่งมั่นใจว่าน้องสาวถูกทำร้ายและเสียชีวิตแล้ว

นายเดช กล่าวต่อว่า เมื่อสอบถามรายละเอียด ฝ่ายชายมักตอบไม่ตรงกันและบอกเพียงว่าไม่รู้เรื่อง ทำให้ตนเชื่อว่าน้องสาวถูกฆาตกรรมแน่นอน ลักษณะเหมือน “ไม่ได้ก็ต้องไม่ได้” จากนั้นตนจึงขี่รถจักรยานยนต์กลับ โดยทั้งคู่คบหากันมานาน 2–3 ปี และไม่แน่ใจว่ามีการเสพยาเสพติดหรือไม่ ในคืนเกิดเหตุ ตนพยายามเคาะประตูห้องอยู่นาน แต่แฟนของน้องสาวไม่ยอมเปิด จนเพื่อนข้างห้องได้ยินเสียง

พี่ชายผู้เสียชีวิตยังเชื่อว่า หลังเกิดเหตุแฟนน้องสาวอาจนำศพใส่ถุงไว้ในห้องน้ำ ก่อนทยอยนำออกไปทิ้ง และคาดว่าผู้ต้องหาตัดสินใจหลบหนีหลังทราบว่าตนไปแจ้งความไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้อง อีกทั้งในช่วงหนึ่งฝ่ายชายยังขอให้ตนช่วยขนของในห้องไปทิ้ง แต่ตนรู้สึกผิดสังเกต เพราะมั่นใจว่าน้องสาวไม่ใช่คนทิ้งของง่าย ๆ จึงแกล้งบอกว่าจะไปตามพี่สาวมาช่วย ก่อนที่ฝ่ายชายจะฉวยจังหวะวิ่งหลบหนีไปและขาดการติดต่อ

ล่าสุด นายเดช ระบุว่า ขณะนี้ทราบข่าวว่าตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว โดยอยากฝากบอกให้ผู้ก่อเหตุรักษาชีวิตตัวเองไว้ เพราะตนจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และไม่ต้องการให้มีการส่งตัวกลับประเทศลาว แต่ต้องการให้รับโทษตามกฎหมายในประเทศไทย พร้อมย้ำว่าน้องสาวของตนเป็นคนดี หาเลี้ยงตัวเองได้ ทำงานขายลูกชิ้นในโรงพยาบาล และมักถูกแฟนหนุ่มตามไปเฝ้าดูตลอดว่าน้องสาวไปพูดคุยกับใคร ขณะที่ฝ่ายชายทำงานเป็นพ่อครัว มีหน้าที่หั่นหมูและหั่นไก่ในโรงพยาบาลเดียวกัน