เจ้าหน้าที่คุมตัวนายชูวิทย์ กมวิศิษฏ์ ส่งเรือนจำพิเศากรุงเทพฯหลังศาลฏีกาพิพากษาจำคุก2ปีโดยไม่รอลงอาญาในคดีรื้อบาร์เบียร์เมื่อปี 2546
เจ้าหน้าที่คุมตัว นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ และพวก เข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพทันทีหลังจากที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ อ่านคำพิพากษาศาลฏีกา ในคดีรื้อบาร์เบียร์ย่านสุขุมวิท เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2546 โดยศาลฎีกา พิพากษาแก้โทษให้ จำคุกนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ พ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือเสธ.หิ พ.ต.ธัญเทพ ธรรมธร หรือเสธ.แอ๊ป คนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ บุกรุกในเวลากลางคืนและกักขังหน่วงเหนี่ยว สำหรับคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก นายชาญเวทย์ มาลัยบูชา เพียงคนเดียว เป็นเวลา 8 เดือน เนื่องจากเป็นทนายความที่นำเอกสารสิทธิ์การครอบครองที่ดินไปลงบันทึกประจำวันกับตำรวจ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ส่วนจำเลยที่เหลือศาลยกฟ้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุก นายชูวิทย์ กับพวกรวม 66 คน คนละ 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา ซึ่งนายชูวิทย์กับพวก 44 คนยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาขอถอนคำให้การเดิมจากปฏิเสธ เป็นรับสารภาพตามฟ้อง และขอให้ศาลลงโทษสถานเบาไปก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของนายชูวิทย์กับพวกเป็นการกระทำที่ไม่ยำเกรงต่อกฎหมายอย่างร้ายแรง และเพื่อไม่ให้เอาเป็นเยี่ยงอย่าง จึงไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ แต่เนื่องจากนายชูวิทย์ได้จ่ายเงินชดเชยเยียวยาผู้เสียหายจนเป็นที่พอใจ และนำที่ดินดังกล่าวไปสร้างสวนสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชน แทนการก่อสร้างศูนย์การค้า จึงมีเหตุลดโทษให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์ของรูปคดี ศาลฎีกาจึงมีพิพากษาถึงที่สุด ลดโทษจากจำคุก นายชูวิทย์ กับพวก รวม 66 คน คนละ 5 ปี เหลือจำคุกคนละ2 ปี และในจำนวนนี้มีจำเลย 7 คนให้นับโทษต่อจากคดีเดิม ขณะที่ พ.ต.ธัญเทพ ธรรมธร หรือ เสธ.แอ๊บ กับพวกรวม 4 คน ที่ไม่ได้เดินทางมาในวันนี้ ศาลให้ออกหมายจับมารับโทษภายในอายุความ
ด้าน นายชูวิทย์ ได้กล่าวก่อนฟังคำพิพากษาว่า พร้อมน้อมรับคำตัดสินของศาลในวันนี้ และขอเป็นตัวอย่างให้กับนักการเมืองว่าจะต่อสู้คดีถึงที่สุด ไม่หนีไปไหน พร้อมจะติดคุก ขึ้นรถบัสของเรือนจำตามขั้นตอนปกติ

















