สยบข่าวลือ!! "อนุทิน" ยันน้ำมันไม่ขาด! ภายใน 1-2 สัปดาห์ ย้ำสำรองพุ่งแตะ 100 วัน ชี้สาเหตุขาดแคลนเพราะคนตื่นตระหนกแห่เติม-กักตุนจนยอดใช้พุ่ง ลั่นขณะนี้สั่งรถวิ่งส่ง 24 ชม. แก้ปัญหาหน้าปั๊ม
เวลา 18.00 น. วันที่ 19 มี.ค. 69 ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า วันนี้ตลอดทั้งช่วงบ่ายหลังจากที่มีการปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ตนได้เชิญให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งราชการและเอกชนมาร่วมประชุมกับ ศบก. เพื่อติดตามปัญหาในทางปฏิบัติตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจน้ำมันตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน
ในการประชุมสามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
1.จากการตรวจสอบปริมาณน้ำมันและราคาน้ำมันในแต่ละขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทานครอบคลุมโรงกลั่นน้ำมัน คลังน้ำมัน จ๊อบเบอร์ การขนส่งน้ำมันสถานีบริการน้ำมันในที่ประชุมได้ตรงกันว่าโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งในประเทศยังคงเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต โดยกำลังการผลิตเราผลิตได้ถึง 175 ล้านลิสต์ต่อวัน และมีการจัดหาน้ำดิบเพิ่มเติมมาในประเทศอย่างต่อเนื่องและหลายโรงกลั่นได้มีการหาน้ำมันดิบจากหลายแหล่งเพื่อให้มีความเพียงพอในการหานำน้ำมันดิบมากลั่นเป็นน้ำประเภทต่างๆ
โดยทั้งโรงกลั่นและคลังน้ำมันจะดำเนินการประกาศราคาหน้าโรงกลั่นและหน้าคลังน้ำมัน และมีโรงกลั่นที่จะขายน้ำมันให้จ๊อบเบอร์ด้วยราคาตามที่ประกาศโดยPTTORจะประกาศราคาที่ไม่เกินราคาหน้าสถานีบริการ ทั้งนี้กระทรวงพลังงานจะกำกับโรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมันให้รายงานข้อมูลการผลิต การจำหน่ายน้ำมัน ปริมาณน้ำมันที่อยากจำหน่าย และราคาที่จำหน่าย ให้กรมธุรกิจพลังงานได้รับทราบ เพื่อที่จะได้ดูแลจัดสรรปริมาณน้ำมันที่จะไปจำหน่ายให้กับประชาชนและภาคอุตสาหกรรมต่างๆให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยราคาที่เป็นธรรม
ในขณะเดียวกันทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกข้อบังคับผ่อนผันการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมันได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศภายในวันนี้เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันต่างๆทั่วประเทศ โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในการขนส่งน้ำมันเพื่อจัดส่งไปยังสถานีบริการทั่วประเทศให้มีความปลอดภัยสูงสุด
ปัจจุบันในเรื่องของการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปได้รับการยืนยันมาว่า เรายังคงส่งออกไปเพียงที่ สปป.ลาวและเมียนมาร์ โดยปริมาณการส่งออกน้ำมันไปที่ สปป.ลาว เฉลี่ยอยู่ที่ 5.29 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นอัตราที่ลดลงมาถึง 25% จากที่เคยได้ดำเนินการมาก่อน และส่งไปที่ประเทศเมียนมา 3 แสนลิจรต่อวัน ลดลง 20% จากที่เคยเป็นมามาก่อน
อย่างไรก็ตามเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำมันไม่เพียงพอที่หน้าสถานีบริการน้ำมัน รัฐบาลจะเร่งพิจารณามาตรการต่างๆเพิ่มเติมเช่น การผ่อนปรน การสำรองน้ำมันเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ การเร่งผลิตพลังงานชีวภาพ B20 ให้มีความพร้อมจำหน่ายและการพิจารณาเงินชดเชย
ให้กลุ่มต่างๆ ทั้งหมดนี้รัฐบาลมีเป้าหมายเพื่อให้ระบบเข้าสู่สภาวะปกติจ๊อบเบอร์กลับมาดำเนินการได้ปกติ เพิ่มศักยภาพการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้มีน้ำมันตามความต้องการของพี่น้องประชาชนและภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมภายใต้ราคาที่เหมาะสม
“โดยสิ่งที่ตนอยากจะฝากถึงประชาชนคือขอให้ประชาชนมีความมั่นใจ เพราะเราประชุมหลายครั้งแล้ว และมีการสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้มีการยืนยันข้อมูล ทั้งทางเอกสาร ทางวาจาและทางประสบการณ์ที่ท่านเหล่านั้นมีอยู่ ขอยืนยันว่าประเทศไทยเรายังไม่ประสบภาวะขาดแคลนการนำเข้าน้ำมันแต่อย่างใด” นายอนุทิน กล่าว
ซึ่งมีการพูดอยู่ตลอดเวลาว่าน้ำมันดิบไม่เข้าประเทศไทยแล้ว จำนวนปริมาณน้ำมันดิบหายไปครึ่งหนึ่ง เพราะว่ามีสถานการณ์ที่ตะวันออกกลาง วันนี้ก็ได้เรียกประชุมกันอีกครั้ง ทั้งวงเล็ก วงใหญ่ วงภายใน ก็รับทราบเป็นที่ชัดเจนว่าเรายังสามารถผลิตน้ำมันในปริมาณและกำลังการผลิต เช่น ก่อนวันที่ 1 มี.ค.69 ซึ่งก่อนที่มีการสู้รบในแถบตะวันออกกลาง ดังนั้นน้ำมันยังไม่ขาดเเคลนปริมาณน้ำมันสำรองก็ยังคงรักษาได้ อยู่ที่ประมาณ 100 วัน ซึ่งตอนเกิดเหตุการณ์ใหม่ๆ เราเร่งตรวจสอบอย่างเต็มที่ในขณะนั้นปริมาณสำรองมีอยู่เพียง 62 วันเท่านั้น แต่หลังจากมีการใช้มาตรการในการบริหารจัดการ การไหลเข้ามาของปริมาณน้ำมันดิบเราสามารถบริหารจัดการได้ การออกมาตรการงดส่งน้ำมันที่กลั่นแล้วไปจำหน่ายยังประเทศอื่นๆยกเว้นสองประเทศคือ ประเทศลาว และประเทศเมียนมา ซึ่งเราสั่งห้ามการส่งออกตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.เป็นต้นมา ทำให้การสำรองน้ำมันของประเทศเพิ่มขึ้นมาเป็นประมาณ 100 วัน และตรงนี้เป็นปริมาณน้ำมันสำรองและในทุกๆวัน แต่ละวันเราก็ยังสามารถที่จะสั่งนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ถึงแม้ว่าจะมีเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลางแต่เราก็ยังสามารถใช้เครือข่ายต่างๆของเรา ปตท.ไม่ใช่บริษัทเล็กและโรงกลั่นน้ำมันต่างๆในประเทศไทยก็เป็นบริษัทที่อยู่ในไทยมานานแล้ว และมีเครือข่ายในการสั่งน้ำมันดิบเข้ามากลั่นโดยที่ไม่มีปัญหาแต่ประการใด
หากยกตัวเลขให้เห็นเราเคยมีการใช้น้ำมันกล่าวคือมีการใช้น้ำมันดีเซลในแต่ละวันอยู่ที่ 67ล้านลิตรต่อวัน ก่อนเกิดเหตุสงครามตะวันออกกลางซึ่งการใช้ 67 ล้านลิตรต่อวันนั้นใช้ในสภาวะปกติ ยังไม่ได้มีการออกมาตรการเรื่องการลดการใช้หรือประหยัดน้ำมัน กำลังการผลิตน้ำมันดีเซลของประเทศไทยอยู่ที่ 77 ล้านลิตรต่อวัน
แต่หลังจากเกิดเหตุสงครามด้วยข้อมูล ความตื่นตระหนกและวิตกกังวลของประชาชนทำให้การใช้ปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละวันเพิ่มมาเป็น 84 ล้าน ลิตรต่อวัน มันก็เลยเกินกำลังการผลิตซึ่งอาจจะเป็นเหตุทำให้เกิดการขาดน้ำมันในบางพื้นที่ วันนี้ต้องขอกราบเรียนว่ารัฐบาลและส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาคการผลิต การขนส่ง การจัดจำหน่ายเราก็ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ในการบริหารสถานการณ์ ให้มีน้ำมันให้กับประชาชนใช้ได้ตามปกติ
แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องขอความร่วมมือกับประชาชนว่า จำนวนน้ำมันที่หายไป ถ้ามันหายไปที่มันมากกว่ากำลังการผลิต มันไม่ได้หายไปเพราะว่าถูกส่งออกไปต่างประเทศหรือเอาไปใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติม หรือส่งเสริมภาคการผลิตอื่นๆ ทำให้น้ำมันมันหายไปซึ่งไม่ใช่ เพราะทุกอย่างอยู่ในสภาวะปกติหมดแต่ที่หายไปเพราะว่าเกิดจากความกังวลของประชาชน ก็มีการมาเติมเพิ่มขึ้นและมีการนำเก็บสำรองไว้เพิ่มมากขึ้นในครัวเรือน ซึ่งทำให้เกิดสภาวะการขาดแคลนมีการเติมน้ำมันแทนที่จะรอน้ำมันให้หมดถังแล้วค่อยไปเติม
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ซึ่งหากประชาชนให้ความร่วมมือ กลับมาใช้ในสภาวะปกติเพราะน้ำมันที่เรามีอยู่ตามสถานีบริการน้ำมันทั่วไปมันมีอยู่เพียงพอแล้ว จึงอยากขอความร่วมมือตรงนี้ และขอเน้นย้ำว่า 67 ล้านลิตรที่เคยใช้ในแต่ละวัน เป็นการใช้ในสภาวะปกติ มันกระโดดขึ้นมาเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน เพราะฉะนั้นถ้าเรากลับไปภาวะปกติซึ่งยังไม่ต้องพูดถึงการประหยัดเพิ่มมากขึ้น แล้ววันนี้ประชาชนก็ได้ให้ความร่วมมือในการลดการใช้น้ำมันเพิ่มมากขึ้นอยู่แล้ว ถ้าเราปรับสภาพกลับมาในสภาวะเดิมและลดความวิตกกังวลไป ปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละวันก็จะมาสอดคล้องกับกำลังความสามารถในการผลิตน้ำมันในประเทศไทย
ซึ่งแน่นอนภายใน 3-5 วันหรืออาจจะต้องใช้เวลา1-2สัปดาห์ ในที่ประชุมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและ ปตท.ก็ได้ร่วมกันแก้ไขว่าเราจะฟีดน้ำมันสำรองเข้ามาในระบบเพื่อล้างและรีเซ็ท ให้ปริมาณน้ำมันมีมากเพียงพอ และทำให้การใช้น้ำมันของประชาชนเข้ามาพอดีกับปริมาณน้ำมันที่เราสามารถผลิตได้ ตรงนี้ได้ดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ในภาพรวมมติของที่ประชุม ศบก. มีผลสรุป คือในปัจจุบันนี้ยังไม่มีความไม่มีเหตุผลใดที่ต้องกังวลจนเกินเหตุจึงอยากขอให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติและทางเราจะเร่งแก้ไขสถานการณ์ให้รวดเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตามขณะเดียวกันขอวิงวอนให้พี่น้องประชาชนได้ตระหนัก ถึงแม้ว่าเรายังจะไม่ขาดน้ำมันหรือไม่ขัดแคลน แต่ในวันนี้มันมีปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้เพราะมีสถานการณ์สงครามในเรื่องของการสู้รบกันซึ่งเรายังไม่สามารถจะรู้ถึงความรุนแรงมากกว่านี้หรือจะหยุดกันเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้นถ้าเราใช้ด้วยความระมัดระวัง ความตระหนักรู้ เราก็จะยิ่งมีปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ส่วนเรื่องของไฟฟ้าก็ไม่ต้องกังวลเพราะไฟฟ้าส่วนใหญ่ในประเทศของเราได้ใช้ก๊าซจากแหล่งที่อยู่ในอ่าวไทย สามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าที่จะหล่อเลี้ยงความต้องการของประชาชนทั่วประเทศได้โดยที่ไม่มีปัญหาติดขัดแต่อย่างใด และเราก็จะมีการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกอื่น ทั้งพลังงานชีวภาพ เช่น B20 ก็จะนำมาเป็นส่วนผสมให้กับน้ำมันดีเซลมากยิ่งขึ้น ยิ่งผสมมากเท่าไหร่ก็จะทำให้ปริมาณสำรองของน้ำมันในประเทศเราเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น และรัฐบาลได้ทำทุกอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่

















