ญาติร้องเด็กชาย 9 ขวบ ถูกครูผู้ชายบ้องหูตกเก้าอี้ ต่อหน้าเพื่อนในห้อง ด้านครูอ้างโมโห เด็กว่าเพื่อนที่ปวดท้องเพราะไม่ได้กินข้าวว่า "สำออย"
วันที่ 19 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางสนั่น อายุ 58 ปี และหลานสาว อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นพี่สาวของเด็กวัย 9 ขวบ เปิดเผยว่า วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เด็กชายเอ (นามสมมติ) วัย 9 ขวบ อยู่ชั้น ป.4 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ต.วังหิน อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ได้ถูกครูประจำชั้นสอนวิชาภาษาอังกฤษและสอนภาษาไทย ตบเข้าที่บ้องหูขวาของเด็กจนตกเก้าอี้ภายในห้องเรียน ท่ามกลางสายตาเพื่อนชายหญิงอีก 2 คน ส่งผลกระทบต่อจิตใจเด็ก และยังตกใจกับภาพที่ยังติดตาเด็กไม่หาย ล่าสุดได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองการุ้ง เพื่อขอดำเนินคดีกับครูชายดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ญาติของเด็กเผยภาพเหตุการณ์ที่ทางโรงเรียนส่งภาพมาให้ โดยได้มาเพียงภาพนิ่ง โดยทางโรงเรียนอ้างว่า วีดีโอไม่สามารถดูย้อนหลังได้ ส่วนคลิปเป็นเหตุการณ์หลังจากที่เด็กถูกครูชายบ้องหูแล้ว ตนเองจึงได้เดินทางมาที่โรงเรียนในวันเกิดเหตุ พร้อมเข้าสอบถามกับครูชายถึงสาเหตุ ครูชายอ้างว่าเด็กได้ไปว่าเพื่อนแรง ด้วยคำว่า "สำออย" พูดกับเพื่อนหญิงร่วมห้องที่ร้องปวดท้องเพราะจะกินข้าวแล้วไม่ได้กิน ครูเลยโมโห ได้บ้องหูเด็กไปหนึ่งทีเนื่องจากกระทบจิตใจเพื่อน ครูบอกว่า เพื่อนไม่ได้สำออยแต่เพื่อนปวดท้องจริงๆ ครูก็เลยสั่งข้าวมา แล้วก็แบ่งให้เพื่อนหญิงกิน เนื่องจากเด็กพูดไม่ดีกับเพื่อน

ขณะเดียวกัน พี่สาวของเด็กชายเอวัย 9 ขวบ เปิดเผยว่า ล่าสุด ตนเองและครอบครัวได้ไปพบครูชายที่ สภ.เมืองการุ้ง โดยตนเองนั้นขอค่าสินไหมเยียวยาจิตใจของเด็กด้วยจำนวนเงิน 30,000 บาท แต่ทางครูชายไม่ยินยอม ขอจ่ายแค่เพียง 3,000 บาท ตนเองเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากกระทบจิตใจของเด็กเป็นอย่างมาก จึงขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด พร้อมกับสอบถามนางสนั่น ผู้เป็นยายของเด็กเผยว่า ครูชายดังกล่าวไม่น่าทำกับเด็กรุนแรงเกินไป ตัวยายเองเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานมายังไม่เคยทำกับหลานอย่างนี้ น่าจะใช้มาตรการสั่งสอนก็เพียงพอแล้วไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือ
ทั้งนี้ ทางคณะครูตามลำดับชั้นของโรงเรียนดังกล่าว หลังจากได้ทราบถึงเหตุการณ์ จึงได้ทำเรื่องให้ครูชายดังกล่าวลาออก แต่มาทราบภายหลังว่า ครูชายดังกล่าวนั้นได้ไประงับการลาออกไว้ก่อนแล้ว ตนเองเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมและหวั่นว่าครูชายจะไปทำรุนแรงกับเด็กคนอื่น ด้วยแค่คำพูดของวัยเด็ก

















