"อรรถพล" ขยับราคาน้ำมันดีเซล B7 ไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร เร่งเพิ่มเที่ยวรถส่งน้ำมันกระจายสู่ปั๊ม 7 วันตลอด 24 ชม.

นายอรรถพล​ ฤกษ์​พิบูลย์​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​พลังงาน​ กล่าวภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง​ หรือ​ ศบก.​  ว่า​ ตอนนี้สามารถยืนยันแหล่งน้ำมันดิบ นอกเหนือจากตะวันออกกลางได้เพิ่มขึ้น ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ได้จากแองโกลา 2 ล้านบาร์เรล และสหรัฐอเมริกา 700,000 บาร์เรล ซึ่งน้ำมันสำรองที่เป็นน้ำมันต้นทางสามารถใช้ได้จริงเป็น 101 วัน 

 

ในขณะที่สถานการณ์หน้าโรงกลั่น จะสามารถกลั่นน้ำมันได้มากกว่าปริมาณความต้องการใช้ปกติอยู่ไม่มาก​ ที่เหลือก็ส่งออก แต่ล่าสุดได้ประกาศห้ามส่งออกน้ำมันแล้ว ซึ่งเมื่อวานนี้ได้เชิญโรงกลั่นและผู้ประกอบและผู้ประกอบการมาหารือ เนื่องจากสถานีน้ำมันยังขาดแคลนน้ำมันอยู่ จึงต้องมาไล่เรียงว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น โดยโรงกลั่นได้ยืนยันและให้คำมั่นว่าเดินหน้ากลั่นแบบ 100% ทุกโรง​ บางโรงกลั่นมากกว่า 100% จากโรงกลั่นส่งไปยังผู้ค้าน้ำมันไปยังคลัง​ และถังน้ำมันต่างๆ​ 

 

ส่วนผู้ค้าน้ำมันได้รับการยืนยันว่า จะเปิดคลังน้ำมัน เพื่อให้รถบรรทุกเข้ามาส่งและกระจายน้ำมัน 7 วัน 24 ชั่วโมง แต่ปัญหาอยู่ที่ปลายทาง คือรถน้ำมันที่จะมาขนจากคลัง ซึ่งเป็นรถเฉพาะเพื่อความปลอดภัย ไม่สามารถใช้รถประเภทอื่นมาขนน้ำมันได้ ซึ่งตามหลักแล้วเครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่ เพียงพอต่อความต้องการในปกติ แต่ช่วงที่ผ่านมามีความแตกตื่นและวิตกกังวลทำให้ประชาชนเติมน้ำมันมากกว่าปกติยอดขายบางวันขึ้นเกือบ 2 เท่า

ทำให้รอบการขนส่งน้ำมันไม่เพียงพอ สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือหารือกับผู้ค้าน้ำมัน ที่เป็นเจ้าของคลังให้ผ่อนปรนกฎเกณฑ์ ให้รถน้ำมันเข้ามารับเพิ่ม เช่น บางคลังกำหนดอายุของรถขนส่งน้ำมัน จึงขอให้พิจารณาผ่อนปรนกฎเกณฑ์เรื่องนี้เพื่อเพิ่มจำนวนเที่ยวรถ ที่จะเข้ามาขนส่งน้ำมัน รวมถึงกระชับขั้นตอนการตรวจสอบเรื่องความปลอดภัย

 

นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือ ไปยังกระทรวงมหาดไทย​ กระทรวงคมนาคม​ กรุงเทพมหานคร​ และตำรวจจราจร ในการผ่อนปรนเวลาวิ่งรถบรรทุกขนน้ำมัน​ ซึ่งจากนี้จะติดตาม ว่าจะเริ่มผ่อนปรน​ได้เร็วที่สุดเมื่อใด เพราะเรื่องนี้จะช่วยในเรื่องของการเพิ่มเที่ยวการขนส่งน้ำมัน ซึ่งหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ ที่บริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมันให้คลี่คลาย​  พร้อมยังขอความร่วมมือประชาชน อย่ากักตุนน้ำมัน หากช่วยกันใช้ช่วยกันเติม ในปริมาณปกติ สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ปกติโดยเร็ว

 

นายอรรถพล​ ยังเปิดเผยถึงราคาน้ำมัน โดยในส่วนของน้ำมันดีเซล ที่ก่อนหน้านี้มีการตรึงราคาไว้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ซึ่งจะสิ้นสุดกำหนด 15 วัน​ ในวันพรุ่งนี้ โดยหลักการที่หารือร่วมกันในที่ประชุมจะขอขยับเพดานราคาน้ำมันดีเซลพื้นฐาน หรือ​ B7 ไปที่ 33 บาทต่อลิตร​ แต่จะไม่ขยับราคาแบบกระชาก เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน และราคาสินค้า ส่วนที่มาของราคา 33 บาทต่อลิตร หากเปรียบเทียบราคาน้ำมันกับประเทศมาเลเซียจะพบว่าถูกกว่าประเทศไทย อยู่ที่ลิตรละ 23 บาทต่อลิตร ปัจจุบันขยับเป็น 32 บาทกว่าต่อลิตร​ แต่ในไทยขยับไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร​ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับราคาน้ำมันในปีที่ผ่านมาก็เคยขึ้นถึง 33 บาทต่อลิตร​ โดยจะเป็นการทยอยปรับขึ้นเริ่มวันพรุ่งนี้ 18 มี.ค 69 50 สตางค์ ต่อลิตรซึ่งถือเป็นราคาขึ้นลงตามปกติของกลไกราคาน้ำมันของไทยอยู่แล้ว

 

ขณะเดียวกันเพิ่มตัวเลือกให้กับประชาชน และส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ ที่ผลิตในประเทศ โดยการปรับสเปคน้ำมันจาก B5 และ B7 เป็น B10 และ​ B20  หรือการเพิ่มเปอร์เซ็นต์ ของน้ำมันปาล์ม​ เป็น​ 10%  และ 20% โดยราคา B10 จะถูกกว่า B7 อยู่ 2 บาท​ ส่วนบี 20 ที่รถบรรทุกสามารถใช้ได้​ จะถูกกว่า B7 อยู่ 5 บาท​ แต่จะไม่ได้จำหน่ายอยู่หน้าสถานีบริการน้ำมันเพื่อลดการจราจร​ โดยให้รถบรรทุกไปเติมที่คลังน้ำมัน​ 

 

ขณะที่น้ำมันเบนซิน ปัจจุบันมี E10  E20​และE85  จะไม่มีการเพิ่มอัตราเงินอุดหนุน จากกองทุนน้ำมัน จะปล่อยราคาไปตามต้นทุน โดยวันพรุ่งนี้ E20 จะปรับลง 79 สตางค์ต่อลิตร และ​ แก๊สโซฮอล์ 95 โดยจะมีการปรับขึ้น 1 บาทต่อลิตร​ ทำให้ผลต่างของราคาน้ำมัน 2 ชนิดดังกล่าวเพิ่มขึ้น ต่างกัน 5 บาท​ จึงขอเชิญชวนประชาชน เติมน้ำมัน E20 ให้มาก ซึ่งในความจริงรถรุ่นใหม่กว่า 60% ที่ใช้ในปัจจุบัน สามารถเติม E20 ทั้งหมดแล้ว แต่ยอดขายคิดเป็น 16% ของการขายน้ำมัน เบนซินทั้งหมด

 

นายอรรถพล​ ยังกล่าวถึงมาตรการควบคุมดูแลการกระตุ้นน้ำมัน และการขายราคาเกินควร โดยจะร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย​ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน ในการลงพื้นที่ตรวจระบบการค้าน้ำมัน ว่าไม่มีส่วนใดในการกักตุน หรือค้ากำไรเกินควร​ ซึ่งก่อนหน้านี้กรมธุรกิจพลังงานได้ลงพื้นที่ ไปตรวจคลังน้ำมันเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการกักตุน​ โดยเฉพาะบางสถานีบริการที่มีการติดป้ายประกาศว่าน้ำมันหมด นั้นหมดจริงหรือไม่

 

เมื่อถามว่าหากปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 50 สตางค์ต่อลิตร จะลดเงินไหลออกจากกองทุนน้ำมันในแต่ละวันได้เท่าใด นายอรรถพลกล่าวว่า​ ปัจจุบันมีการใช้น้ำมันดีเซล 70 ล้านลิตรต่อวัน สามารถลดภาระกองทุนน้ำมันได้ 35 ล้านบาทต่อวัน​ ยอมรับว่ามีผลบางส่วน​ แต่จะเริ่มใช้ในวันพรุ่งนี้​ พร้อมยืนยันว่าประเทศส่วนใหญ่ในอาเซียน มีการปรับขยายเพดานน้ำมันแล้ว และไทยก็ต้องปรับบ้าง

 

เมื่อถามว่าการประกาศราคาที่น่าโรงกลั่นและราคาหน้าคลัง​จะช่วยเรื่องการขาดแคลน น้ำมันบริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมัน อย่าง ไร นายอรรถพล​ กล่าวว่า จะเป็นการช่วยระบบการค้าขายมากกว่า​ เพราะการค้าขายน้ำมันไม่ได้ผ่านเฉพาะสถานีบริการน้ำมัน เพราะสถานีบริการน้ำมันเราสามารถควบคุมได้ในเรื่องการขายปลีก ที่กำหนดให้ต้องประกาศราคาหน้าปั๊ม ให้ผู้บริโภคทราบ แต่ในการขายน้ำมันยังมีผู้ค้าโดยตรงผ่านการค้าส่ง ซึ่งเท่าที่รับฟังปัญหา บางกลุ่มมีปัญหา ที่ต้องซื้อในราคาแพง ดังนั้นการกำหนดให้มีราคาหน้าคลัง หรือหน้าโรงกลั่นจะช่วยให้เราตรวจสอบได้ว่าราคาที่ไปถึงผู้ใช้โดยตรง​   เช่นกลุ่มก่อสร้างและภาคอุตสาหกรรม มีการบวกราคาเพิ่มสูงเกินไปหรือไม่ และสูงที่ตรงไหน จะเป็นการควบคุมไม่ให้ขายเกินราคา​ พร้อมย้ำว่าสิ่งที่ต้องขอความร่วมมือคือยอดการใช้และยอดการซื้อตอนนี้ยังสูงกว่าปกติค่อนข้างมาก

 

นายอรรถพล​ ยังกล่าวอีกว่า น้ำมันเบนซิน ทั้ง E20 และแก๊สโซฮอล์ 95 ออกมาจากระบบคลังพร้อมกัน โดยได้พูดคุยร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ในการผลิตเอทานอล  ซึ่งผู้ผลิตมีความสามารถในการผลิต เพื่อให้สามารถผสม E20 ในสัดส่วนที่มากขึ้น​

 

เมื่อถามว่าได้มีการกำหนดกรอบราคาเพดานน้ำมันดีเซลที่ 33 บาทต่อลิตรไว้เมื่อใดหรือไม่ นายอรรถพลกล่าวว่า ไม่มีกำหนดเวลาไว้ แต่กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ดังนั้นในระหว่างที่มีการทยอยปรับขึ้นราคา ก็จะมีการประเมินสถานการณ์ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพราะสถานการณ์สู้รบ ก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

 

เมื่อถามว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อรัฐบาลสามารถยืนยันได้หรือไม่ว่าประเทศจะไม่ขาดแคลนน้ำมัน​ หรือจะต้องมีการจำกัดปริมาณการเติมน้ำมัน นายอรรถพล​ กล่าวยืนยันว่าน้ำมันต้นทางมีเพียงพอเพราะสามารถหามาจากแหล่งอื่นที่นอกเหนือจากตะวันออกกลาง​  ส่วนสถานการณ์ที่ไม่สามารถเติมน้ำมันได้อย่างเต็มที่อย่างที่ต้องการ เป็นปัญหาหน้างานของสถานีบริการน้ำมัน หรือปัญหาของการกระจายน้ำมัน เราก็จะพยายามมาแก้ที่การขนส่ง และหวังว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย​ พร้อมย้ำว่าขณะนี้คือปัญหาคือการเข้ามาเติมมากกว่าปกติ ทำให้การขนส่งน้ำมันไม่ทัน

 

นายอรรถพลยังอยากรณรงค์เรื่องการประหยัดพลังงาน ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตหรือไม่ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ควรทำ นอกจากจะเป็นการประหยัดพลังงานยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า และถ้าอยากลดราคาน้ำมันลง 3 บาทสามารถทำได้ด้วยตัวเราเอง เพราะ 3 บาทเท่ากับ 10% หากลดการใช้พลังงานลง 10% ก็สามารถลดราคาลง ก็จะทำให้เงินออกจากกระเป๋าลงถึง 10% เหมือนกัน