คดีโจ๋ไทรน้อยยิงกัน ผู้ปกครองฝ่ายยกพวกบุก อ้างลูกหลานตนไม่ได้หาเรื่องก่อน เพราะไม่ได้ยิงก่อน โวย ตร.จับคู่กรณีมีแต่คนแก่ หวั่นรับผิดแทน ขณะที่ ยายฝั่งที่ถูกบุกถึงหน้าบ้าน ยันหลานใช้อาวุธป้องกันตัว สกัดไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามาในพื้นที่เท่านั้น

วันที่ 11 มี.ค. 2569 บรรยากาศที่ สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี หลังจากเกิดเหตุวัยรุ่นยกพวกตีกันในหมู่บ้านแห่งหนึ่งเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พบว่ามีญาติของผู้ก่อเหตุได้เข้ามาติดตามความเคลื่อนไหว หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ฝั่ง และส่วนหนึ่งก็ได้เข้ามามอบตัวด้วย

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ เป็นหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านไทรน้อย จ.นนทบุรี พบป้าอี๊ด อายุ 69 ปี ยายของนายอิคคิว อายุ 19 ปี หนึ่งในผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการทะเลาะกันตามประสาวัยรุ่น ก่อนหน้านี้ทั้ง 2 กลุ่มเคยไปเจอกันที่งานกาชาดของจังหวัดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แล้วทะเลาะวิวาทกันถึงขั้นฟันกันจนกลุ่มผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บ จากนั้นจึงมีการท้าทายกันในโซเชียลว่าจะมาบุกถึงบ้านในวันดังกล่าว เวลา 22.00 น.

ส่วนมูลเหตุที่กลุ่มผู้ก่อเหตุต้องมุ่งเป้ามาที่หลานตนนั้น เพราะหลานตนเป็นคนไม่ยอมใคร มีเพื่อนไปทั่ว อีกทั้งกลุ่มผู้ก่อเหตุก็รู้จักแค่หลานตนเพียงแค่คนเดียว

ในคืนเกิดเหตุได้โทรศัพท์ไปหาตาของอิคคิว บอกว่า ตอนนี้หลานกำลังมีเรื่อง ด้วยความที่ตาเป็นห่วงหลาน ก็เดินทางมาจากนครปฐม มาพร้อมกับลูกพี่ลูกน้องของอิคคิว โดยมีอาวุธปืน .22 มม. ติดตัวมาด้วย และคนขับรถของตาชื่อนายไผ่ เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บที่ท้อง ในที่เกิดเหตุก็ยังมีลูกชายตนด้วยซึ่งมีอาวุธปืนขนาด .38 มม. และมีญาติผู้หญิงอีก 2 คน ยืนยันว่าไม่ได้อยู่กันเป็นแก๊งมีแค่คนแก่ๆ เท่านั้น

เมื่อถามว่า นำปืน .38 มาจากไหน ป้าอี๊ดระบุว่า เป็นปืนมรดกตกทอดมา แต่มีทะเบียนครบ เพียงแค่ยังไม่ได้โอน โดยในขณะเกิดเหตุฝั่งตนได้ใช้อาวุธปืนในการป้องกันตัวและสกัดไม่ให้กลุ่มผู้ก่อเหตุเข้ามาภายในบ้านเท่านั้น ทำให้ฝั่งของผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนที่ติดตัวมาหลายกระบอกยิงสาดเข้ามาภายในพื้นที่หลายนัด

ที่ผ่านมา หลานตนก็มีเรื่องประปรายมาโดยตลอด ท้าตีท้าต่อยเสมอ ตนก็ได้แต่แก้กันไปเพราะไม่รู้จะห้ามยังไง ซึ่งครั้งนี้ตนมองว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุกระทำเกินไป บุกมาถึงถิ่น วันนี้ก็ถูกจับกันไปหลายคน คิดว่าในอนาคตการท้าตีท้าต่อยกันก็คงจะน้อยลง

ส่วนที่ สภ.ไทรน้อย นางบุตร (นามสมมติ) ผู้ปกครองฝั่งผู้ก่อเหตุ ยืนดูเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวลูกหลาน และคุมตัวฝั่งคู่กรณีขึ้นไปบนสถานีตำรวจ โดยขณะที่ฝั่งคู่กรณีเดินขึ้นเข้าไปในอาคาร นางบุตรและพวกตะโกนว่า ไม่ใช่ 3 คนนี้ที่อยู่ในกล้อง แก่ป่านนี้จะมายิงกับเด็กๆ เหรอมันไม่ใช่ ในคลิปที่เห็นมันไม่ใช่พวกคนแก่แบบนี้ นี่แก่จะเข้าโลงอยู่แล้ว ส่วนตัวเชื่อว่า อาจจะมารับแทนลูกหลานหรือเปล่า ทำแล้วไม่ยอมรับความจริง ต้องให้พ่อแม่มายอมรับผิดแทนมันไม่ใช่

เมื่อถามย้ำว่า ฝ่ายเราโดนยิงก่อนหรือไม่ นางบุตรตอบว่า ใช่ พร้อมยืนยันว่า ฝั่งลูกหลานตนไม่ได้หาเรื่องก่อน เพราะถ้าลูกหลานตนไปหาเรื่องก่อน ลูกหลานตนต้องเป็นคนยิงก่อน พร้อมอ้างว่า ฝ่ายคู่กรณียิงก่อน ซึ่งก่อนเกิดเหตุ มีผู้ใหญ่ฝั่งคู่กรณีเป็นคนส่งข้อความให้ออกมาเคลียร์กันจะได้จบ ก็ไม่คิดว่าจะเป็นหมาหมู่กันแบบนี้ แต่เอาผู้ใหญ่มารับสารภาพแทนไม่ใช่

ส่วนปืนที่พกไป นางบุตรอ้างว่า พกไปเพื่อป้องกันตัว เพราะเชื่อว่าไม่ได้เป็นการเคลียร์จริงๆ ถ้าฝั่งคู่กรณีไม่ทำก่อน ลูกหลานเราคงไม่ทำฝั่งนู้น ซึ่งที่เห็นชัดเจนคือ ฝั่งคู่กรณีมาจ่อยิงถึงรถ จนทำให้ลูกของเพื่อนได้รับบาดเจ็บที่ท้ายทอย ตอนนี้อาการสาหัส รอรักษาอยู่

นอกจากนี้ นางบุตรยังเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ทั้ง 2 กลุ่มเคยทะเลาะกันมาก่อนแล้วที่งานกาชาด ไทรน้อย เป็นเหตุให้ลูกหลานของตนได้รับบาดเจ็บ 2 คน เพราะถูกฟันและถูกถีบรถจักรยานยนต์ ล้มจนขาหัก

สุดท้าย นางบุตร บอกว่า “เอาพวกแก่ๆ มารับสารภาพมันไม่ใช่ เอาไปตายในคุกเถอะ”

ต่อมา ตำรวจ สภ.ไทรน้อย ได้นำตัวกลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุออกจากห้องสืบสวนเข้าไปเตรียมแถลงข่าว โดยช่วงหนึ่งนายเป้ (นามสมมติ) หนึ่งในผู้ก่อเหตุ ได้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทีมข่าวว่า ฝ่ายคู่กรณีทักเฟซเข้ามาท้าฝ่ายตนเองก่อน ซึ่งในแชตไม่มีหลักฐานว่า ฝ่ายตนเองได้มีการไปท้าทายก่อนเลย โดยคู่กรณีได้ถามตนเองว่า เมื่อไหร่จะมา ตนเองก็เลยตั้งใจจะเข้าไปเคลียร์ด้วยดีๆ และส่วนตัวตนเองก็เข้าไปแบบไม่มีของ (อาวุธ) ด้วย ซึ่งในกล้องวงจรปิดก็จะเห็นว่า พอพวกของตนเองขับมาถึงตรงรถบรรทุกและจอด ตอนนั้นตนเองได้โทรหาคู่กรณี แต่ว่ายังไม่ทันได้โทรดี ก็มีเสียงปืนดังปั้งขึ้นมาก่อน และตอนที่ไปนั้น รุ่นพี่ของตนเองก็ไม่ได้เป็นคนออกหน้า หรือเป็นนักเลงอะไรเลย แต่ว่าอยู่ข้างหลังตนเองอีกทีนึง

นายเป้ ยืนยันอีกว่า ทางฝ่ายคู่กรณีเป็นคนยิงพวกของตนเองก่อน ตนเองเป็นลูกผู้ชายพอ ทั้งที่ตนเองจะเข้าไปเคลียร์และถามว่า ทำรุ่นน้องของตนเองทำไม มันยังเด็กอยู่ อายุไม่ถึง 18 ปีด้วยซ้ำ

จากนั้นก่อนช่วงที่นายเป้ และพวกเข้าเดินเข้าโรงพักไป นายเป้ ได้ย้ำทิ้งท้ายว่า พวกของตนเองถูกยิงก่อน