"สุชาติ" นำทีมศุลกากร ดีเอสไอ กรมควบคุมมลพิษ ตรวจสอบ เปิดตู้สินค้าต้องสงสัย 18 ตู้ ที่นำเข้าผ่านท่าเรือแหลมฉบัง พบเศษเหล็กปนขยะอิเล็กทอรนิกส์ผิดกฎหมาย รวมกว่า 2 แสนกิโลกรัม เผยมีตู้ต้องสงสัยถูกอายัดถึง 714 ตู้

วันที่ 10 มี.ค. 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมศุลกากร กรมควบคุมมลพิษ ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ติดตามตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้าของเสียอันตราย

โดยได้มีการเปิดตู้สินค้าต้องสงสัยจำนวน 18 ตู้ แบ่งเป็น กลุ่มแรก สินค้าจากบริษัทเอกชนรายหนึ่งสำแดงสินค้าเป็นเศษเหล็ก จากประเทศเฮติ แต่จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเศษเหล็กปนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเข้าข่ายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ น้ำหนักรวม 284,919 กิโลกรัม มูลค่า 2.53 ล้านบาท

กลุ่มที่ 2 จำนวน 4 ตู้ เป็นตู้สินค้าที่ได้รับข้อมูลมาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษและเครือข่าย Basel Action Network (BAN) ซึ่งเป็นองค์กรเฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายขยะอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศ โดยสำแดงสินค้าเป็น “Metal Scraps” และ “Mixed Metal” จากอเมริกา มีปลายทางการขนส่งไปยังประเทศญี่ปุ่นและฮ่องกง

กลุ่มที่ 3 จำนวน 2 ตู้เป็นตู้สินค้าที่กรมศุลกากรได้อายัดไว้ เนื่องจากมีประวัติรับแจ้งข้อมูลจากเครือข่าย BAN โดยสำแดงสินค้าเป็นเศษอลูมิเนียมจากสหรัฐอเมริกาและเนเธอร์แลนด์

ผลการตรวจสอบพบว่าสินค้าบางส่วนเข้าข่ายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายที่นำเข้าโดยผิดกฎหมาย ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายไทยและอนุสัญญาบาเซล ว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายข้ามแดน ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้จะมีการผลักดันสินค้าดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักร และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงขยายผลไปยังเครือข่ายขบวนการทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งความผิดดังกล่าวยังรวมไปถึงกฎหมายฟอกเงินอีกด้วย

ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยกับว่า การตรวจสอบครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และหน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีการพบตู้สินค้าต้องสงสัยถูกอายัดไว้จำนวนมากถึง 714 ตู้ ซึ่งถือเป็นมูลค่ามหาศาล

นายอัจฉริยะ ยังบอกอีกว่า หากขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกเหล่านี้หลุดรอดเข้าสู่ประเทศไทย อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออก เนื่องจากท่าเรือแหลมฉบังเป็นจุดกระจายสินค้าไปยังหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อีกทั้งสารอันตรายบางชนิดอาจปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำ เช่น แม่น้ำบางปะกง ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

ส่วนผลกระทบที่น่ากังวลจากขยะดังกล่าว คือการปนเปื้อนของสารอันตราย เช่น ตะกั่ว และแมงกานีส ซึ่งเป็นวัตถุที่มีพิษ หากประชาชนได้รับสารเหล่านี้อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น อาการผื่นคัน หรือโรคอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยังคงบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการตรวจสอบในวันนี้เท่านั้น แต่จะมีการขยายผลเพื่อตรวจค้นและดำเนินคดีกับขบวนการที่ลักลอบนำเข้าขยะอันตรายเข้าสู่ประเทศไทย รวมถึงจะมีการดำเนินคดีในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินกับผู้ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย