ศบก. แถลงความคืบหน้า พาคนไทยในอิหร่านกลับไทยแล้ว 23 คน เตรียมรับอีก 69 คน คาดบางส่วนกลับถึงไทยพรุ่งนี้ ขอคนไทยหลีกเลี่ยงพื้นที่สู้รบ-ชุมนุมประท้วง

วันที่ 10 มี.ค. 2569 เวลา 11.05 น. ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เปลี่ยนเวลาในการแถลงประจำวัน จากช่วงเย็นเป็นเวลา 11.00 น. ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกที่มีการปรับเวลาดังกล่าว


นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ขณะนี้ว่า สถานการณ์โดยรวมในภูมิภาคยังคงมีความรุนแรง และมีการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างต่อเนื่อง


ล่าสุด มีรายงานว่ามีการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในบาห์เรนและพื้นที่อื่น ๆ ในเลบานอน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากขึ้น ขณะนี้ยังไม่มีทีท่าว่า สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่านจะกลับเข้าสู่การเจรจา ผู้นำของประเทศคู่ขัดแย้งยังคงแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวแม้ผู้นำประเทศอื่นๆ ในอ่าวอาหรับและประเทศที่ได้รับผลกระทบข้างเคียงมีการแสดงท่าทีต้องการให้ยุติความขัดแย้งโดยวิธีการทางการทูตและการเจรจา เราจึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคดังกล่าว


แม้ว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์ยังคงมีความเปราะบาง ทางกระทรวงการต่างประเทศ จึงขอเรียกร้องให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในภูมิภาคดังกล่าว และผู้ที่ยังอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงขอให้ท่านพิจารณาเดินทางออกมาโดยเร็ว รวมทั้งขอความอนุเคราะห์ลงทะเบียนและแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อของท่านให้กับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบด้วย


สำหรับช่องทางการเดินทางโดยสายการบิน ตามที่มีรายงานว่าสายการบิน Qatar Airways ได้กลับมาทำการบินบางส่วนแล้ว ล่าสุดได้รับแจ้งว่าจะมีเที่ยวบินมากรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้ (11 มี.ค.)


ส่วนความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่รายประเทศ


- ประเทศอิหร่าน : ช่วงเช้าวันนี้คนไทยกลุ่มที่เหลือที่อพยพออกจากอิหร่านรอบแรก เมื่อวันที่ 7 มีนาคม และพักรอที่ประเทศตุรกีก่อนหน้านี้ ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้วรวม 23 คน


นอกจากนี้มีคนไทยในอิหร่านชุดที่ 2 อีกจำนวน 69 คนกำลังเดินทางออกจากอิหร่านไปยังตุรกีในวันนี้ โดยคนไทยบางส่วนจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่าง กรมการกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ของอิหร่าน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ของตุรกี เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศไทย


- ประเทศอิรัก : มีคนไทย 14 คนจะอพยพออกจากพื้นที่ โดยการดำเนินการของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัมมาน ของจอร์แดน เพื่อพาคนไทยเดินทางมายังศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวที่ตุรกีเช่นเดียวกัน โดยศูนย์ปฏิบัติการฯ พร้อมรองรับและประสานการเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป


- ประเทศอื่นๆ : สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ ยังคงอำนวยความสะดวก ให้คำแนะนำ และประสานงานกับสายการบิน รวมทั้งมอบสิ่งของที่จำเป็นใน


การยังชีพให้กับพี่น้องคนไทยที่ประสงค์กลับประเทศ ให้สามารถเดินทางทางอากาศในพื้นที่ที่ยังทำการบินได้ รวมถึงช่วยประสานงานกับหน่วยงานในประเทศที่น่านฟ้ายังคงปิดอยู่ เพื่อให้อนุญาตให้คนไทยสามารถเดินทางผ่านแดน ข้ามไปยังประเทศข้างเคียง เพื่อเดินทางกลับไทย หรือไปยังประเทศที่ 3 ทางอากาศได้


โดยรวมในขณะนี้ มีพี่น้องประชาชนที่ติดค้างในตะวันออกกลาง ที่ได้รับการช่วยเหลือและเดินทางกลับมาที่ประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 351 คน


พร้อมกันนี้ ได้ขอให้คนไทยให้ความร่วมมือหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีการสู้รบ การชุมนุม หรือการประท้วงในประเทศที่มีความขัดแย้ง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางด้วยความกังวลอย่างยิ่ง และยืนยันว่าประเทศไทยยึดมั่นในหลักการสันติภาพ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ในทางการทูตและเจรจาอย่างสันติ เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายวงกว้าง และย้ำว่า ความปลอดภัยของประชาชนไทยในพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญสูงสุด