ตำรวจ CIB รวบ "ภาคิณ" ล่ามปอยเปต ผันตัวเป็นคนจัดหาบัญชีม้า-ตระเวนกดเงินสดส่งแก๊งคอลฯ แลกค่าจ้างหลักพัน ทำคนพังหลักแสน

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโลยี ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ, พ.ต.อ.พิเชษฐ์ คำภีรานนท์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ชิษณุพงศ์ ไหวดี ผกก.3 บก.ปอท., พ.ต.ท.สัญญา นิลนพคุณ, พ.ต.ท.อิสรพงศ์ ทิพย์อาภากุล,พ.ต.ท.ชัยณรงค์ จอมเล็ก รอง ผกก.3 บก.ปอท.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.หญิง ภาพิมล ชัยขันธ์ รอง ผกก.ฯ ช่วยราชการ กก.3 บก.ปอท.,พ.ต.ท.ปกฉัตร สงวนแวว สว.กก.3 บก.ปอท., ร.ต.อ.นันทณัฐ ปิณะวันนา รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท.,ด.ต.พีระวุฒิ สนธิสำราญ, จ.ส.ต.กุลชาติ พลับสอาด, จ.ส.ต.วีรศักดิ์ บุญยก, ส.ต.อ.เกียรติศักดิ์ ภรินทนันท์ ผบ.หมู่ฯ ช่วยราชการ กก.3 บก.ปอท. และ ส.ต.อ.วสันต์ จันเส ผบ.หมู่ กก.3 บก.ปอท.

ร่วมกันจับกุม นายภาคิณ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 979/2569 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ในความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, โดยทุจริตหรือหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบ โดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน”

สถานที่จับกุม สถานีตำรวจน้ำ 4 กก.5 บก.รน ต.บางกะจะ อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี

 

 

พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กก.3 บก.ปอท. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่าถูกคนร้ายหลอกขายโทรศัพท์ในเฟซบุ๊ก ชื่อ “ขายทุกอย่าง เครื่องสำอางพิมรี่พาย” ผู้เสียหายหลงเชื่อและได้โอนเงินไปยัง เพจเฟซบุ๊กดังกล่าว ต่อมาผู้เสียหายได้พบคนร้ายใช้เพจชื่อ “Thai News” อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง หลอกผู้เสียหายว่าจะติดตามเงินคืนให้ โดยให้เพิ่มไลน์และให้ทำการเทรดหุ้น ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงิน โดยคนร้ายจะมีข้ออ้างให้โอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมความเสียหายเป็นเงินกว่า 8 แสนบาท

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีการนำเงินออกจากบัญชีม้า โดยถอนเงินสดที่ธนาคารในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอท. จึงได้ตรวจค้นเป้าหมายที่เป็นเจ้าของบัญชีม้าและผู้ถอนเงินสดพร้อมยึดเงินสดและทรัพย์สิน ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ, สมุดบัญชีธนาคาร, บัตรกดเงินสด, เงินสด จำนวน 328,000 บาท และเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ รวมเงินกว่าสี่แสนบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวนายภาคิณฯ ทำหน้าที่เป็นนายหน้าจัดหาบัญชีม้าและถอนเงินสดให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งนายภาคิณฯ รับว่าเป็นนายหน้าจัดหาบัญชีม้าและเป็นผู้กดเงินสดจากบัญชีม้าจริง จากนั้นได้ซักถามขยายผล สามารถออกหมายจับเพิ่มเติมได้คือ คนที่รับผลประโยชน์ และคนจัดหาบัญชีม้า ซึ่งจะได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป

 

 

 

สอบถามคำให้การเบื้องต้น นายภาคิณฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยได้รับค่าจ้างในการถอนเงินสด จำนวน 3,000 บาท และได้ค่าตอบแทนจากการเป็นนายหน้าหาบัญชี จำนวน 10,000 บาท เตือนภัย ไม่ควรหลงเชื่อเพจที่ขายสินค้าราคาถูกเกินควร และเพจที่แอบอ้างว่าเป็นหน่วยงานราชการ โดยอ้างว่าสามารถให้ความช่วยเหลือตามเงินคืนได้ แต่ต้องโอนเงินหรือมีข้ออ้างต่างๆ ให้ผู้เสียหายหลงเชื่อการกระทำใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับ โอน ถือครอง หรือแปลงสภาพทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดถือเป็นความผิดฐานฟอกเงิน มีโทษทั้งจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้กระทำผิดจะต้องรับผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่งตามกฎหมาย