เอาไงต่อดี!? สภาอุตสาหกรรมขอนแก่นชี้ สงครามตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันพุ่ง คาดการณ์สต็อกอาจไม่ถึง 60 วัน หวั่นกระทบขนส่ง ค่าครองชีพ และการจ้างงาน แนะรัฐบาลผุดมาตรการณ์ช่วยเหลือรองรับ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 มี.ค.2569 นายภพพล เกษมสันต์ ณ อยุธยา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางว่า ขณะนี้เริ่มเห็นผลกระทบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีการปรับราคาสูงขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศว่าสำรองน้ำมันใช้ได้ 60 วัน แต่ทางสภาอุตสาหกรรมฯ ประเมินว่าอาจไม่ถึง 60 วัน เนื่องจากพบว่าหลายปั๊มน้ำมันมีการขึ้นป้ายหมด ปิดให้บริการ และมีการกักตุน ส่งผลให้คาดว่าอาจมีน้ำมันใช้ไม่ถึง 30 วัน อีกทั้งการขนส่งน้ำมันเข้าสู่ประเทศมีแนวโน้มลดลง จึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อลดการใช้น้ำมันให้สามารถยืดระยะเวลาใช้งานให้นานที่สุด

 

ในประเด็นการกักตุนน้ำมันตามสถานีบริการต่างๆ นั้น มีความเป็นไปได้ เนื่องจากผู้ประกอบการแต่ละแห่งประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้นหรือไม่ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม

 

ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่นกล่าวว่า เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ผลกระทบจะขยายวงกว้างไปถึงประชาชนทุกคน ทั้งในด้านราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและวัตถุดิบที่สูงขึ้น เพราะต้นทุนหลักคือค่าขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญ รวมถึงมีการกักตุนข้าวปลาอาหาร ส่งผลให้ราคาปรับเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์

 

สำหรับแนวโน้มสถานการณ์นั้น ยังขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของสงครามที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการเตรียมความพร้อม โดยภาครัฐควรหันกลับมาพิจารณาศักยภาพที่ประเทศไทยมี โดยเฉพาะภาคการเกษตรซึ่งใช้พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ เพื่อหาวิธีทำให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ หากน้ำมันมีราคาแพงหรือขาดแคลน จำเป็นต้องพิจารณาทางเลือกในการทำการเกษตรโดยลดการพึ่งพาน้ำมัน

 

ที่ผ่านมา กลไกการผลิตพลังงานมีการปรับตัวด้วยการนำพลังงานทดแทนมาใช้ โดยเฉพาะไฟฟ้าและการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยพยุงต้นทุน แต่สถานการณ์การหยุดชะงักด้านน้ำมันครั้งนี้ทำให้ราคาสูงขึ้น ไม่เพียงประเทศไทยเท่านั้น ประเทศเพื่อนบ้านก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เนื่องจากพึ่งพาน้ำมันจากประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันไม่มีการส่งออก

 

ในส่วนของระบบโลจิสติกส์ การหยุดขนส่งเป็นไปได้ยาก แต่ค่าขนส่งจะสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาครัฐจึงควรพิจารณาทางเลือก เช่นการผลักดันระบบขนส่งที่ใช้พลังงานไฟฟ้า เพื่อเพิ่มความมั่นคงและความอยู่รอดในระยะยาว เนื่องจากภาวะสงครามลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นซ้ำได้ในอนาคต จำเป็นต้องมีมาตรการรองรับอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

 

สำหรับการเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าในภาคประชาชน มีความเป็นไปได้ที่บางส่วนจะหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนรถที่ใช้น้ำมัน แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ประชาชนส่วนใหญ่เน้นการออม ไม่ต้องการซื้อรถใหม่ อีกทั้งรถไฟฟ้ายังมีราคาสูง จึงอาจเป็นทางเลือกที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นในระยะต่อไป

 

ด้านผู้ประกอบการรายย่อย ขณะนี้มีการเข้าหารือกับสภาอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยหลายรายได้รับผลกระทบจากต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน บางร้านต้องปิดให้บริการชั่วคราวหรือปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์ นอกจากนี้ จากการสำรวจยังพบการกักตุนสินค้าบางประเภท โดยเฉพาะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีการซื้อจำนวนมากในช่วง 2–3 วันที่ผ่านมา เนื่องจากประชาชนกังวลว่าหากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ ราคาสินค้าจะสูงขึ้นอีก

 

ประเด็นการจ้างงานและเงินพิเศษหรือโบนัส ยังไม่พบการปรับลดในขณะนี้ แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ เชื่อว่าหลายบริษัทอาจพิจารณาปรับโครงสร้างเพื่อลดต้นทุน ซึ่งจำเป็นต้องเตรียมการล่วงหน้า

 

ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่นได้ติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และเตรียมประชุมคณะกรรมการเพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรม ให้สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ เนื่องจากหากระบบเศรษฐกิจหยุดชะงัก จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทุกภาคส่วน