แม่ชาวขอนแก่นเศร้า รอรับร่างลูกชายไปขายแรงงานในอิสราเอล คาดหัวใจล้มเหลวหลังวิ่งหลบเข้าบังเกอร์ แล้วกลับไปเสียชีวิตในห้องน้ำที่พัก
วันที่ 4 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านดอนแก่นเฒ่า ตำบลนางาม อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของนางสมภาร อายุ 72 ปี มารดาของนายอำนาจ อายุ 34 ปี แรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานด้านการเกษตรที่ประเทศอิสราเอล และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

นางสมภาร เปิดเผยว่า นายอำนาจเป็นลูกชายคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 3 คน โดยลูกชายคนโตทำงานอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้ ส่วนลูกคนที่สองทำงานอยู่ทางภาคเหนือของประเทศอิสราเอล ขณะที่นายอำนาจทำงานอยู่ทางภาคใต้ของประเทศอิสราเอล โดยเพิ่งแต่งงานได้ประมาณ 1 ปี ก่อนจะเดินทางไปทำงานเมื่อปี 2024 ได้รับค่าจ้างเดือนละประมาณ 40,000–50,000 บาท รวมระยะเวลาทำงานประมาณ 1 ปี 4 เดือน ก่อนเสียชีวิต
การเดินทางไปทำงานต่างประเทศครั้งนี้ นายอำนาจได้กู้เงินจำนวน 260,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เมื่อมีรายได้ก็ส่งเงินมาให้ภรรยาเพื่อนำไปชำระหนี้ ปัจจุบันชำระหนี้ไปเกือบหมดแล้ว เหลือค้างชำระประมาณ 40,000 บาท โดยมีความตั้งใจว่าเมื่อปลดหนี้หมดแล้วจะซื้อรถไถนาไว้ประกอบอาชีพที่บ้านเกิด
มารดาผู้เสียชีวิตกล่าวด้วยว่า หลังจากเดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล นายอำนาจจะโทรศัพท์มาหาแม่ทุกวัน และย้ำเสมอให้แม่ดูแลสุขภาพ รอวันที่ลูกจะกลับมา ห้ามตาย และลูกชายคนเล็กนี้เป็นเสาหลักในการดูแลครอบครัว ส่งเงินให้แม่ใช้ตลอด ล่าสุดได้พูดคุยกันเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเป็นการสนทนาตามปกติ ไม่มีสิ่งบอกเหตุร้ายใดๆ

กระทั่งวันที่ 1 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ รอการติดต่อจากลูกชายทั้งวัน เพราะวันหวยออกลูกชายจะโทรมาหาทุกครั้ง แต่วันเกิดเหตุไม่มีโทรศัพท์ลูกชายเข้ามา จึงโทรกลับไปแต่ไม่มีผู้รับสาย อย่างไรก็ตามยังไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั่งเวลา 22.00 น. ของวันเดียวกัน ลูกสะใภ้โทรศัพท์มาแจ้งว่า นายอำนาจเสียชีวิตแล้ว พอได้รับทราบก็ตกใจอย่างมาก สอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งเช้าวันที่ 2 มีนาคม 2569 ได้โทรศัพท์แจ้งลูกชายคนที่สองซึ่งเป็นพี่ชายของผู้ตายให้ตรวจสอบรายละเอียด กระทั่งทราบว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายอำนาจถูกสุนัขกัดและได้ไปพบแพทย์รับการฉีดยา 1 เข็ม จากนั้นกลับที่พัก โดยแพทย์แจ้งว่า หากมีอาการวิงเวียนศีรษะหรือหน้ามืดให้รีบกลับไปพบแพทย์ ซึ่งภายหลังฉีดยาไม่มีอาการผิดปกติและยังทำงานตามปกติ
ต่อมาวันเสาร์เป็นวันหยุด นายอำนาจพักอยู่ในแคมป์คนงาน กระทั่งวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันทำงาน ได้แจ้งเพื่อนร่วมงานว่ามีอาการมึนศีรษะ เวียนหัว จึงขอหยุดงาน ขณะเดียวกันในช่วงเช้าวันเดียวกันเกิดเหตุสงครามขึ้น นายอำนาจได้วิ่งเข้าไปหลบภัยในหลุมหลบภัยพร้อมกับภรรยาของนายจ้าง เมื่อเหตุการณ์สงบจึงกลับมายังที่พัก

ภรรยานายจ้างให้ข้อมูลว่า ได้ยินเสียงร้องจากบริเวณแคมป์ที่พัก แต่คิดว่าเป็นเสียงแมวจึงไม่ได้ใส่ใจ จนกระทั่งเวลา 17.00 น. ตามเวลาประเทศอิสราเอล หรือประมาณ 22.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย เพื่อนร่วมงานเลิกงานกลับมาไม่พบนายอำนาจ จึงช่วยกันออกตามหา และพบร่างนายอำนาจเสียชีวิตภายในห้องน้ำ ในสภาพเปลือย หลังพิงผนัง คอพับพาดอยู่ที่ชักโครก และร่างแข็งตัวแล้ว จึงรีบแจ้งภรรยาให้ทราบ และภรรยาได้โทรศัพท์แจ้งมารดาในประเทศไทยดังกล่าว ส่วนตัวสันนิษฐานว่าที่ลูกชายหัวใจล้มเหลวนั้น เนื่องจากจะช็อกกับเหตุการณ์ที่วิ่งหนีหาที่หลบภัยเนื่องจากเกิดสงคราม พอสงครามเริ่มคลี่คลายก็ออกมาด้านนอก แล้วเกิดอาการช็อก ร้อนทั้งตัวจนถอดเสื้อผ้าออกหมดแล้วจะไปอาบน้ำ กระทั่งเสียชีวิตดังกล่าว
นางสมภาร กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังทราบรายละเอียดได้แจ้งความประสงค์กับลูกชายว่า ต้องการนำศพกลับมาประกอบพิธีฌาปนกิจที่บ้านเกิด แต่ขณะนี้สนามบินในประเทศอิสราเอลปิดจากสถานการณ์สงคราม ทำให้ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายศพกลับประเทศไทยได้ ต้องรอให้สถานการณ์คลี่คลายและสนามบินเปิดดำเนินการตามปกติ

ทั้งนี้ ลูกชายคนที่สองได้แจ้งสถานเอกอัครราชทูตไทย รวมถึงแจ้งนายหน้าจัดหางานและนายจ้างของผู้ตายแล้ว ซึ่งทุกฝ่ายพร้อมให้ความช่วยเหลือในการดำเนินการนำศพกลับประเทศไทย แต่ยังติดปัญหาด้านการเดินทางภายในประเทศอิสราเอลที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย เมื่อมีสัญญาณเตือนภัยต้องเข้าหลบในหลุมหลบภัย ส่งผลให้ครอบครัวเกิดความวิตกกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการนำร่างกลับบ้านเกิด ตอนนี้รอเผาศพลูก อยากรับศพลูกมาทำพิธีทางศาสนาที่บ้าน

















