ค้านประกัน! "สัปเหร่อสนม" อ้างเหยื่อยอมเอง! ตร.ลุยตรวจ DNA เทียบร่างทารก พร้อมเตรียมล้างป่าช้าปิดตำนาน 46 ปี
ความคืบหน้าหลังตำรวจกองบังคับปราบปรามจับกุมตัวนายสนม หรือ "สัปเหร่อสนม" อายุ 81 ปี สัปเหร่อชื่อดังจังหวัดอ่างทอง หลังหลบหนีไปที่จังหวัดแพร่ เพราะถูกกลุ่มผู้เสียหายแจ้งความว่าถูกอนาจาร ขณะเข้าไปทำพิธีอาบน้ำมนต์แก้คุณไสย
ล่าสุด (3 มีนาคม 2568) มีรายงานว่า พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รองผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการสอบปากคำสัปเหร่อสนมยังคงให้การภาคเสธ โดยยอมรับเฉพาะในข้อเท็จจริง คือกระทำกับผู้เสียหายจริง แต่อ้างว่าผู้เสียหายยินยอม โดยระหว่างสอบปากคำก็มีอาการเครียด ซึ่งขณะเข้าจับกุม "สัปเหร่อสนม" ได้ที่บ้านลูกศิษย์ในจังหวัดแพร่ ตำรวจยังสามารถยึดมีดกริชและลูกเหล็ก (การ็อค) ที่สัปเหร่อสนมใช้ในการทำพิธี และได้ใช้สิ่งเหล่านี้สัมผัสละเมิดร่างกายของผู้เสียหาย รวมถึงทำให้ผู้เสียหายหวาดกลัว ว่าจะโดนทำร้าย จนไม่กล้าขัดขืน

ปัจจุบันมีผู้เสียหายมาแจ้งความกับตำรวจกองปราบแล้ว 7 คน และได้ออกหมายจับไว้แล้ว 7 หมาย ในข้อหากระทำการอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี ต่อหน้าธารกำนัล โดยใช้กำลังประทุษร้าย และใช้วัตถุล่วงล้ำอวัยวะเพศบุคคลอื่น เป็นการกระทำต่างวาระ แต่ตำรวจเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายรายอื่นอีกเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่กล้าแจ้งความ จึงอยากประชาสัมพันธ์หากมีผู้เสียหายรายอื่นตกเป็นเหยื่อขอให้เข้าแจ้งความกับตำรวจ ทางตำรวจพร้อมรับแจ้งความและจะปกปิดข้อมูลผู้เสียหายเป็นความลับ
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าพยานหลักฐานมีดกริชและลูกเหล็กที่ตรวจยึดได้ หากมีการชะล้างไปแล้ว ไม่ใช่กรณีที่เพิ่งเกิด อาจไม่สามารถตรวจหาดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับผู้เสียหายได้ แต่ทางตำรวจก็มั่นใจในพยานหลักฐาน เพราะมีคำให้การจากผู้เสียหายและพยานบุคคลจำนวนมาก โดยวันนี้จะมีการนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม และเตรียมนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาภายในวันพรุ่งนี้ (4 มี.ค.) พร้อมคัดค้านการประกันตัว

ส่วนภรรยาของสัปเหร่อสนมจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและคำให้การของผู้เสียหาย ว่ามีพฤติการณ์ร่วมในการกระทำความผิดด้วยหรือไม่ หรือเพียงอยู่ด้วยกันเฉยๆ ในฐานะสามีภรรยา แต่หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด ตำรวจก็จะดำเนินคดีทั้งหมด
ส่วนร่างเด็กทารกที่นำมาประกอบพิธีและถูกฝังไว้ที่สุสานในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง เชื่อว่าน่าจะมีร่างทารกจำนวนมาก เพราะก่อตั้งสำนักมานาน 46 ปีแล้ว ทางตำรวจกองปราบจะประสานตำรวจ สภ.วิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เป็นผู้ดำเนินการ และหากพนักงานสอบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ เห็นว่าพยานหลักฐานใดเป็นประโยชน์ต่อการทำคดีลวนลามนักข่าวช่องดัง ที่ยังค้างอยู่ที่ สภ.วิเศษชัยชาญอีก 1 คดี ทางตำรวจกองปราบก็จะส่งพยานหลักฐานต่างๆ ไปให้ดำเนินการต่อ

ส่วนความคืบหน้าทางฝั่ง สภ.วิเศษชัยชาญ พันตำรวจเอกพัทธนันท์ ทรงสมถวิล ผู้กำกับการ สภ.วิเศษชัยชาญ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการประสานญาติของทารกที่นำมาทำพิธี เพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ นำไปเทียบกับร่างทารก โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม - 15 มีนาคม 2569 ซึ่งขณะนี้มีญาติเดินทางมาติดต่อทั้งหมด 3 เคสแล้ว และสามารถตรวจพิสูจน์คืนร่างทารกไปแล้ว 2 เคส
หากหลังจากนี้ไม่มีญาติเดินทางเข้ามาติดต่อเพื่อขอรับร่างทารกกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ทางตำรวจพร้อมด้วยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอ่างทอง ก็จะดำเนินการรื้อสุสานล้างป่าช้า และทำบุญครั้งใหญ่ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ทารกที่ถูกฝังในสุสานแห่งนี้ โดยมีกำหนดการเบื้องต้นเป็นช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้














