"ทนายอนันต์ชัย" ร้อง "บิ๊กเต่า" ดำเนินคดี "ครูบาชัยวัฒน์" และบุคคลที่เกี่ยวข้องรวม 8 คน หลังพบข้อมูลที่ทำให้เชื่อได้ว่ากลุ่มผู้ถูกกล่าวหาบุกรุกพื้นที่ป่า-ยึดถือครอบครองที่ดินของ สปก.

วันที่ 25 ก.พ. 2569 มีรายงานว่า ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ นำเอกสารรูปภาพและโฉนดที่ดินซึ่งอ้างว่าถูกบุกรุกแผ้วถาง มาร้องทุกข์กล่าวโทษกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ครูบาชัยวัฒน์ คณะกรรมการมูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุขทุกคนที่เกี่ยวข้อง


ทนายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจ ร่วมกับกรมป่าไม้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ สปก. และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ร่วมกันลงพื้นที่เข้าตรวจสอบการครอบครองที่ สปก. ของสำนักปฎิบัติธรรมชนะใจ ของพระชัยวัฒน์ อคฺคชโย หรือครูบาชัยวัฒน์ ซึ่งบวชได้เพียง 2 พรรษา แต่พบว่าได้มีการบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินของ สปก. มีการตัดต้นไม้ ทำลายป่าไม้ มีการปลูกสร้างสถานปฎิบัติธรรม มีการเชิญชวนซื้อกุฎิเพื่อปฏิบัติธรรม ลังละ 500,000 บาท และสร้างกุฎิพระสงฆ์ มีการถมที่ทำถนนเป็นจำนวนกว่า 100 ไร่ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 2,000 ไร่ ซึ่งต่อมาในวันที่ 19 มีนาคม 2566 พระราชวชิรสุธี เจ้าอาวาสวัดศรีสุทธาวาส อารามหลวง เจ้าคณะจังหวัดเลย (ธรรมยุต) ซึ่งเป็นวัดต้นสังกัดของพระชัยวัฒน์ มีคำสั่งให้กับต้นสังกัดภายใน 7 วัน และจะครบกำหนดในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569


ต่อมา พระชัยวัฒน์ ได้สัมภาษณ์สื่อ โดยเฉพาะรายการโหนกระแส ว่าได้ทำในนาม มูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข ทั้งการก่อสร้าง การเรี่ยไร การดำเนินการใดๆ ก็ทำในนามมูลนิธิดังกล่าว มูลนิธิทนายกองทัพธรรม จึงได้ตรวจสอบการจดทะเบียนจัดตั้ง มูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข จึงทราบว่า จดทะเบียนเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 มีกรรมการทั้งหมด 8 คน ได้แก่ โดยมีพระจิรายุเดช เป็นประธานกรรมการ มีพลเรือตรีวิษณุสรรค์ เป็นรองประธานกรรมการและเลขาธิการฯ จากคำให้สัมภาษณ์ ของพระชัยวัฒน์ แสดงว่าการที่มีผู้บุกรุกเข้าไปในที่ดิน สปก. ดังกล่าว ประมาณ 2,000 ไร่ นอกจากพระชัยวัฒน์แล้ว ก็ยังมีมูลนิธิคุบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข ซึ่งดำเนินการโดยคณะกรรมการจำนวน 8 คน


นอกจากนี้ ยังมองว่า จากการเสนอข่าวของสื่อมวลชน พบว่า มีการปักเสาไฟฟ้าเข้ามาในพื้นที่ มีการวางเสาไฟฟ้าโดยเอกชน มีการถมที่ตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะต้นกระถินป่า ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ในอดีตกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับทหาร ได้นำเมล็ดมาโปรยโดยการนำขึ้นเครื่องบินโดยเมล็ดไปทั่วบริเวณที่ดังกล่าว และยังมีการปลูกไม้อีกนานาชนิด มีการก่อสร้างสถานปฎิบัติธรรม กุฎิสงฆ์ ปลูกต้นไม้ไผ่สไตล์ญี่ปุ่น เป็นจำนวนมาก การกระทำดังกล่าวไม่น่าที่จะทำเพียงลำพังคนเดียว มูลนิธิทนายกองทัพธรรมจึงมาร้องทุกข์กล่าวโทษ ให้ดำเนินการสอบสวน บุคคลที่เกี่ยวข้องถ้าพบการกระทำความผิด ก็ให้ดำเนินการตามกฏหมายกับบุคคล เช่น พระชัยวัฒน์ อคฺคชโย หรือครูบาชัยวัฒน์ มูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องทุกคน เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผู้รับเหมาติดตั้งไฟฟ้าเอกชน เจ้าหน้าที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดสระบุรี ที่เกี่ยวข้อง ผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่ดำเนินการก่อสร้างอาคารและถนน ตัดต้นไม้ในพื้นที่ บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง


ส่วนของพระจิรายุเดช ประธานคณะกรรมการมูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข กำลังตรวจสอบว่าสังกัดวัดใด โดยตัวเองจะยื่นเรื่องขอสอบอธิการณ์ เช่นเดียวกับพระชัยวัฒน์ ที่มูลนิธิได้ยื่นสอบอธิกรณ์ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ยื่นหนังสือขอให้ตั้งสอบอธิการณ์ พระชัยวัฒน์ ที่ถือเอาที่ดินของรัฐเป็นของตน มีการตัดต้นไม้ซึ่งเป็นของรัฐ โดยเฉพาะต้นกระถินป่าเป็นจำนวนมาก เป็นการบุกรุกที่ป่า ที่ สปก. อันเข้าข่ายความผิดทางพระวินัย คุรุกาบัติฐานอทินนาทาน ทุติยปาราชิก และความผิดตามพระวินัยฐานอื่นๆ