เปิดรายการทรัพย์สิน ทนายตั้ม และเมีย 28 รายการ มูลค่ารวม 77 ล้าน จากคำสั่งยึดทรัพย์ของ ปปง. อาทิ บ้านหรู-เงินสด-กระเป๋า นาฬิกาแบรนด์เนม-สิทธิสัญญาซื้อขายรถยนต์-เหรียญเลี่ยมทองเจือ หลัง "ศาลแพ่ง" ยกคำร้อง "อัยการ" ขอยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินคดีโกงเจ๊อ้อย และให้คืนทรัพย์สินทั้งหมดแก่ทนายตั้ม เหตุฟังไม่ได้ว่าทนายตั้มมีพฤติการณ์ฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ อันเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน ขณะที่อัยการยังสามารถอุทธรณ์ภายใน 30 วัน และขอให้ยึดอายัดทรัพย์ไว้ระหว่างการพิจารณาในชั้นอุทธรณ
จากกรณีคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน โดยมีเหตุที่อันควรเชื่อได้ว่ามีการโอน ยักย้าย ปกปิดหรือซ่อนเร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด คณะกรรมการธุรกรรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จึงเคยมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของทนายตั้มไว้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 77 ล้านบาท จากทรัพย์สิน 28 รายการ ก่อนที่ ปปง. ได้มีการสรุปสำนวนรายการทรัพย์สินดังกล่าวส่งไปยังอัยการเพื่อเสนอขอศาลแพ่งมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า วันที่ 24 ก.พ. 2569 มีรายงานว่า ตามที่พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งเพื่อขอให้ทรัพย์สินของรายคดีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ที่ถูกคณะกรรมการธุรกรรมยึดทรัพย์ ซึ่งเป็นทรัพย์สินจากความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน ตกเป็นของแผ่นดิน วันนี้ศาลแพ่งได้พิจารณาพิพากษาให้ยกคำร้องและคืนทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เนื่องจากไม่อาจฟังได้ว่านายษิทรา มีพฤติการณ์ฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ อันเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบย้อนหลังไปยังมติการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม (ปปง.) พบว่า คณะกรรมการธุรกรรม (ปปง.) ได้เคยมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิดของทนายตั้มไว้ 2 ครั้ง คือ กรณีเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 67 คณะกรรมการธุรกรรมได้มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินทนายตั้ม 3 รายการ เป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่า 71 ล้านบาท และอีกครั้งในกรณีเมื่อวันที่ 16 พ.ค. 68 ซึ่งเป็นการยึดทรัพย์สินทนายตั้มเพิ่มเติม จำนวน 25 รายการ เช่น สินค้าแบรนด์เนมและสิทธิ์เรียกร้องตามสัญญาสัญญาซื้อขายรถยนต์ มูลค่า 6 ล้านบาท (คำสั่ง ย.116/2568) ฉะนั้น หากรวมคำสั่งที่คณะกรรมการธุรกรรม (ปปง.) ได้เคยยึดทรัพย์สินของทนายตั้ม จำนวน 2 ครั้ง ประกอบด้วย ทรัพย์สินรวม 28 รายการ มูลค่ากว่า 77 ล้านบาท
สำหรับคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินทนายตั้ม โดยคณะกรรมการธุรกรรม (ปปง.) เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.67 คำสั่ง ย.243/2567 มีจำนวน 3 รายการ มูลค่า 71 ล้านบาท ประกอบด้วย
1. ที่ดินตามโฉนดในพื้นที่แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 1 งาน 79 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์/ผู้ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 43 ล้านบาท ณ วันที่ 27 พ.ย.67
2. เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาโลตัส ปากช่อง ชื่อบัญชี นายษิทรา ยอดเงินคงเหลือจำนวน 5,535.91 บาท ข้อมูล ณ วันที่ 26 พ.ย. 67
3. เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสมุทรสาคร ชื่อบัญชี นายษิทรา ยอดเงินคงเหลือจำนวน 28,461,171.73 บาท ข้อมูล ณ วันที่ 26 พ.ย. 67 รวมราคาประเมินจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 71,466,707.94 บาท พร้อมดอกผล
ส่วนคำสั่งยึดทรัพย์สินทนายตั้มเพิ่มเติม โดยคณะกรรมการธุรกรรม (ปปง.) เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 68 คำสั่ง ย.116/2568 มีจำนวน 25 รายการ มูลค่า 6,158,820 บาท ประกอบด้วย
1. กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ JACQUEMUS สีครีม จำนวน 1 ใบ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 5,000 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
2. กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ LOUIS VUITTON สีน้ำตาล รุ่นมัลติคัลเลอร์ จูดี้ จำนวน 1 ใบ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 10,000 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
3. กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ LOUIS VUITTON สีน้ำตาลดำ รุ่นออนเดอะโกล จำนวน 1 ใบ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 25,000 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
4.กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ Celine Small Cabas Bag สีครีม จำนวน 1 ใบ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 8,000 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
5. กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ Gucci สีดำ รุ่นสุพรีม โทสต์ จำนวน 1 ใบ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 15,000 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
6. กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ Balenciaga สีดำ รุ่นเฮาว์เวอร์กลาส จำนวน 1 ใบ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 18,000 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค.68
7. กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ Gucci สีน้ำตาลอ่อน รุ่นไอโอนีซุส จำนวน 1 ใบ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 8,000 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
8. กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ Christian Dior สีครีม รุ่นบ๊คโทส จำนวน 1 ใบ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 25,000 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
9. กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ LOUIS VUITTON สีน้ำตาล รุ่นแวนิตี้ จำนวน 1 ใบ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 35,000 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
10. กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ Tory burch สีน้ำตาล จำนวน 1 ใบ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 1,500 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
11. กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ Gucci สีครีม รุ่น ฮอสบิท จำนวน 1 ใบ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 30,000 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
12. กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ Gucci สีเขียว รุ่นมินิ ดิโอนิซุส จำนวน 1 ใบ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 10,000 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
13. กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ Self Portrait จำนวน 1 ใบ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 500 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
14. กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ Prada สีเทา รุ่นไทรแองเจิล จำนวน 1 ใบ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 12,000 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
15. กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ BVLGARI Roma สีเขียว รุ่นเซอเพนติ จำนวน 1 ใบ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 7,000 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
16. กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ Prada สีดำ รุ่นเทอร์รี่ จำนวน 1 ใบ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 6,000 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
17. กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ Prada สีชมพูรุ่นเทอร์รี่ จำนวน 1 ใบ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 6,000 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
18. กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ LOUIS VUITTON สีน้ำตาลเข้ม รุ่นสปีดี้ จำนวน 1 ใบ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 6,000 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
19. กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ JASPAL สีครีม จำนวน 1 ใบ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 500 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
20. นาฬิกาข้อมือ Patek หมายเลข A384 TAP รุ่น 5990/1A-001 จำนวน 1 เรือน มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 3.5 ล้านบาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
21. นาฬิกาข้อมือ Patek หมายเลข A395 CAP รุ่น 7718/1A-001 จำนวน 1 เรือน มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 700,000 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
22. เหรียญ ร.9 ทองเจือ (พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ พ.ศ. 2554) น้ำหนัก 15 กรัม จำนวน 1 เหรียญ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 38,700 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
23. เหรียญพระครูบาบุญชุ่ม เลี่ยมทองเจือ น้ำหนัก 16 กรัม จำนวน 1 องค์ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 3,000 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
24. เหรียญสมเด็จพระนเรศวร เลี่ยมทองเจือ น้ำหนัก 18.2 กรัม จำนวน 1 องค์ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นางปทิตตา ราคาประเมิน 2,500 บาท ณ วันที่ 7 มี.ค. 68
25. สิทธิเรียกร้องตามสัญญาซื้อขายรถยนต์ระหว่างนายษิทรา และบริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 67 มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง คือ นายษิทรา ราคาประเมิน 1,686,120 บาท (ณ วันที่ 11 ก.พ. 68)
ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า แม้ศาลแพ่งจะมีการยกคำร้องคำสั่งยึดทรัพย์ของทนายตั้มให้ตกเป็นของแผ่นดิน และให้คืนทรัพย์สินแก่ทนายตั้มทั้งหมดนั้น แต่ในทางกระบวนการของพนักงานอัยการ จะยังสามารถอุทธรณ์ภายใน 30 วัน และขอให้ยึดอายัดทรัพย์ไว้ระหว่างการพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ได้ต่อไป

















