อุบัติเหตุหรือจงใจ? อดีตแฟนขับกระบะตู้ทึบเสยท้าย จยย. ทับร่างดับ 2 ศพ ญาติแฉเคยพยายามชนมาแล้ว ตำรวจบางเสาธง เร่งตรวจสอบวงจรปิด คลี่ปมอุบัติเหตุครั้งนี้
เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะตู้ทึบชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดบนถนนเทพารักษ์ กม.25 ช่วงคลองหัวเกลือ ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลรามาจักรีนฤบดินทร์ เข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุบริเวณช่องทางซ้าย พบรถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมกซ์ สีขาว ทะเบียน บษ 236 พระนครศรีอยุธยา สภาพด้านหน้ากันชนพังเสียหาย ใต้ท้องรถพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายวิเชษฐ์ อายุ 44 ปี สภาพถูกเหล็กแหนบรถเสียบติดคาใต้ท้องรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนานกว่า 2 ชั่วโมงจึงสามารถนำร่างออกมาได้ ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอีก 1 ราย ทราบชื่อคือ นางสาวพรรณนิภา อายุ 38 ปี ทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน และพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ ของผู้เสียชีวิตล้มคว่ำสภาพพังยับเยินอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ
นายกฤษฎา อายุ 35 ปี ผู้ขับรถกระบะตู้ทึบ ให้การตอนแรกว่า ขณะกำลังขับรถออกไปกินข้าว ได้มีรถจักรยานยนต์อีกคันออกมาจากซอย ตนจึงหักหลบ แต่เกิดเสียหลักไปชนรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิต และด้วยความตกใจได้เหยียบคันเร่งโดยไม่ตั้งใจ ทำให้รถทับซ้ำจนมีผู้เสียชีวิต ยืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีเจตนา
ภายหลังเกิดเหตุ ญาติของผู้เสียชีวิตเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ และจำได้ว่าผู้ขับรถกระบะตู้ทึบ เป็นอดีตแฟนของนางสาวพรรณนิภา ซึ่งเพิ่งเลิกรากันไม่นาน จึงเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง โดยญาติฝ่ายหญิงเชื่อว่าอาจมีเจตนาจงใจ เนื่องจากก่อนหน้านี้ประมาณ 2 สัปดาห์ ผู้ขับรายดังกล่าวเคยขับรถพยายามชนผู้ตายมาก่อนแล้ว ขณะที่ผู้ขับขี่อ้างเพิ่มเติมว่า ผู้เสียชีวิตฝ่ายหญิงโทรศัพท์ให้มารับที่คอนโดของน้องสาว แต่เมื่อมาถึงพบหญิงอยู่กับชายผู้เสียชีวิต จึงขับรถตามมาเพื่อสอบถาม แต่เกิดพลาดหลบรถอีกคันทำให้ไปชนรถของผู้เสียชีวิต
ด้านนายจักรกิต อายุ 40 ปี พยานในที่เกิดเหตุ ให้การว่า เห็นรถกระบะชนท้ายรถจักรยานยนต์โดยไม่ได้ใช้ความเร็วสูง จากนั้นเหมือนพยายามทับซ้ำจนรถจักรยานยนต์ล้ม และรถกระบะทับซ้ำอีกครั้ง ขณะนั้นยังเห็นหญิงผู้เสียชีวิตขยับตัวได้ ต่อมาคนขับลงจากรถ ก้มมองใต้ท้องรถ แล้วกลับขึ้นไปพยายามถอยรถเหมือนจะทับซ้ำอีก แต่รถไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เนื่องจากติดร่างผู้เสียชีวิต จากนั้นคนขับพยายามจะเดินหลบหนี ตนจึงเข้าไปตามตัวกลับมา
ขณะที่นางสาวเพ็ญพร อายุ 39 ปี ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง ให้การว่า หลังได้ยินเสียงชนจึงออกมาดู พบคนขับลงจากรถแล้วกอดร่างผู้เสียชีวิต ก่อนที่จะพูดบางอย่างกับร่างหญิงผู้เสียชีวิต ตอนนั้นตนก็แปลกใจ ก่อนจะขอให้ตนช่วยโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ จากนั้นเดินออกจากจุดเกิดเหตุไป
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นางสาวพรรณนิภา (ผู้เสียชีวิต) เคยคบหากับนายวิเชษฐ์ (ผู้เสียชีวิต) จนมีบุตรด้วยกัน 1 คน ต่อมาฝ่ายชายต้องโทษจำคุก ทำให้ฝ่ายหญิงไปคบหากับผู้ขับขี่รถกระบะตู้ทึบ (ผู้ก่อเหตุ) กระทั่งฝ่ายชายพ้นโทษจึงกลับมาคบหากันอีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นชนวนเหตุความขัดแย้ง เนื่องจากมีข้อมูลว่าผู้ขับขี่รถกระบะตู้ทึบยังติดต่อฝ่ายหญิงอยู่ และเคยมีปากเสียงรวมถึงขับรถพยายามชนฝ่ายชายมาก่อนหน้านี้
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ขับรถกระบะตู้ทึบ เนื่องจากคำให้การพยานหลายปากมีข้อแตกต่าง ประกอบกับสถานการณ์ในที่เกิดเหตุมีเพื่อนและญาติผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แสดงความไม่พอใจและพยายามเข้าทำร้ายผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.บางเสาธง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และรอผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ และผลตรวจทางเทคนิค เพื่อพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาที่ชัดเจนต่อไป














