"กัมพูชา" เดือด! แถลงย้ำไม่ยอมรับการละเมิดอธิปไตยกรณีชายแดนไทย-กัมพูชา เดินหน้าแก้ปัญหาผ่านกลไกเจรจา อ้างมีประชาชนเกือบ 80,000 คนได้รับผลกระทบ พร้อมเรียกร้องให้เคารพกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงร่วม

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงกลาโหม กัมพูชา แถลงการณ์ ระบุว่า วันนี้มีการชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับภารกิจทางการทูตของนายกรัฐมนตรีในเวทีระหว่างประเทศ รวมถึงถ้อยแถลงที่ชัดเจนของนายกรัฐมนตรีต่อกรณีการแก้ไขปัญหาพรมแดนกัมพูชา-ไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานเชิงรุกในเวทีโลก นอกเหนือจากการเข้าร่วมคณะมนตรีสันติภาพ ยังมีการหารือร่วมกับรัฐมนตรีและผู้นำชาวยุโรป โดยมีสำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งเข้าร่วมสัมภาษณ์


คำถามแรกจากสื่อต่างประเทศมุ่งไปที่สถานการณ์ชายแดนกัมพูชา-ไทย โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่า มีการปฏิบัติการในหลายพื้นที่เพื่อปิดกั้นเส้นทางของพลเมืองกัมพูชา มีการนำตู้คอนเทนเนอร์ไปตั้งวางตามแนวชายแดน และติดตั้งลวดหนามกีดขวางเส้นทางเข้าออกพื้นที่ ไม่ให้ฝ่ายกัมพูชาเข้าถึงพื้นที่ดังกล่าว พร้อมทั้งกล่าวว่ากองทัพไทยยังคงยึดครองดินแดนกัมพูชา และรุกล้ำเข้าไปลึกเกินกว่าเส้นแบ่งเขตแดนฝ่ายเดียวของไทยในหลายจุด


ระบุเพิ่มเติมว่า กองกำลังติดอาวุธของไทยยังคงปฏิบัติการตามแนวชายแดนฝ่ายเดียวที่ไทยกำหนดขึ้น ส่งผลให้พลเรือนกัมพูชาจำนวนมากได้รับผลกระทบ ขณะนี้มีผู้ลี้ภัยเกือบ 80,000 คนไม่สามารถกลับบ้านได้เนื่องจากการปิดล้อมดังกล่าว


นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวชัดเจนว่า กัมพูชาไม่เคยละเมิดดินแดนของประเทศใด แต่ไม่อาจยอมรับการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของตน รวมถึงไม่ยอมรับการใช้กำลังทหารเพื่อเปลี่ยนแปลงเส้นแบ่งเขตแดน พร้อมยืนยันว่ากัมพูชามุ่งแสวงหาทางออกอย่างสันติ ผ่านการเจรจาและกลไกทางเทคนิคที่ตกลงกันไว้ บนพื้นฐานของสนธิสัญญาและข้อตกลงที่มีอยู่


คณะกรรมการชายแดนร่วม (GBC) จะดำเนินการวัดแนวชายแดนโดยเร็วที่สุด ตามแถลงการณ์ร่วมวันที่ 27 ธันวาคม 2025 โดยคณะทำงานด้านเทคนิคได้ลงพื้นที่แล้ว


รายงานยังระบุว่า ชาวต่างชาติในกัมพูชารวมถึงสื่อหลายแห่ง ได้ตรวจสอบและรายงานสถานการณ์จากพื้นที่จริง ขณะเดียวกันผู้มีอิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์ นักข่าว และประชาชนในพื้นที่ชายแดน ต่างยืนยันว่ากองทัพไทยกำลังปฏิบัติการตามแนวชายแดน และไม่อาจปฏิเสธหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงดังกล่าวได้


แถลงการณ์ย้ำว่า ประชาชนคือคุณค่าสูงสุดของรัฐบาลราชอาณาจักร และคำยืนยันของนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เพียงถ้อยคำ แต่เป็นเจตจำนงและความมุ่งมั่นที่สะท้อนผ่านนโยบายการทูตเชิงรุกเพื่อบรรลุทางออกอย่างสันติ


รัฐบาลกัมพูชาได้ยื่นคำร้องหลายประการต่อฝ่ายไทย เพื่อให้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงและแถลงการณ์ร่วมวันที่ 27 ธันวาคม 2025 ตลอดจนข้อตกลงในอดีต ในการปกป้องพรมแดนระหว่างประเทศกัมพูชา-ไทย โดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ หลักการไม่เปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดน เคารพสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม แผนที่ บันทึกการประชุมคณะกรรมการด่านชายแดนอินโดจีน-สยาม และเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด


ตอนท้าย มีการย้ำถึงจุดยืนที่ชัดเจนและเปิดเผยต่อพี่น้องร่วมชาติ พร้อมขอบคุณ และขอให้ทุกฝ่ายเคารพซึ่งกันและกัน