คุมตัวโจรชิงทอง 10 ล้าน ทำแผนกลางห้างย่านสุขุมวิท สารภาพทำคนเดียว รับได้ไอเดียปลอมตัวเลียนแบบจากหนัง
ตำรวจนครบาลคุมตัว นายจะลอ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีชิงทรัพย์ร้านทอง น้ำหนักรวมประมาณ 198 บาท พร้อมเงินสดราว 170,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท โดยผู้ต้องหาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
จุดแรก ตำรวจให้นายจะลอสาธิตช่วงเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณฝั่งตรงข้ามร้านทองที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ใกล้กับอีกร้านที่ปิดและเก็บทองเข้าตู้เซฟแล้ว ทำให้ตัดสินใจเลือกร้านที่เปิดอยู่ เมื่อสบโอกาสช่วงพนักงานเผลอและประตูอัตโนมัติเปิดแง้ม ผู้ต้องหาจึงสไลด์ตัวผ่านประตูเข้าไปภายในร้าน จากนั้นสาธิตท่ามุดตัวเข้าไปก่อเหตุ ชี้จุดหยิบทองรูปพรรณ ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่

จากนั้นตำรวจควบคุมตัวไปยังคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งผู้ต้องหาระบุว่าเป็นจุดขี่รถจักรยานยนต์นำอาวุธปืนไปทิ้ง ก่อนขี่ต่อไปอีกราว 500 เมตร แล้วทิ้งรถจักรยานยนต์ลงคลอง จากนั้นลอยคอกลับมาบริเวณเดิมเพื่อเรียกรถแท็กซี่หลบหนี ตามไทม์ไลน์ที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด
ขณะที่ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ผู้ต้องหาเดินทางโดยรถไฟไปจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมนำทองคำที่ได้จากการก่อเหตุติดตัวไปด้วย พักอยู่จนถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ก่อนเดินทางต่อไปอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ตรวจสอบพบว่าทองคำมีตราสัญลักษณ์ร้าน ไม่สามารถจำหน่ายในประเทศได้ จึงติดต่อเพื่อนในพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้านเพื่อนำไปขาย โดยตกลงรับเงินล่วงหน้า 200,000 บาท และนัดส่งมอบวันที่ 7 มีนาคม


เจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางหลบหนีอย่างต่อเนื่อง พบว่าผู้ต้องหาเคยข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเล่นการพนัน ก่อนกลับเข้าประเทศเมื่อเห็นว่ากระแสข่าวเริ่มเงียบลง กระทั่งถูกจับกุมได้ในพื้นที่อำเภอแม่สรวย
ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือเพียงลำพัง แรงจูงใจมาจากต้องการเงินไปซื้อรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ เนื่องจากชื่นชอบเป็นส่วนตัว และมีพฤติกรรมเล่นการพนัน อีกทั้งเคยต้องโทษจำคุกมาแล้วหลายครั้ง โดยพ้นโทษล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2568 หลังรับโทษจำคุก 5 ปีในจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ในหลายพื้นที่เพื่อนำมาใช้ก่อเหตุ

นายจะลอให้การเพิ่มเติมว่า แนวคิดการปลอมตัวได้มาจากภาพยนตร์ที่เคยดูและเห็นว่าสามารถทำได้จริง ส่วนวิกผมที่ใช้ก่อเหตุเก็บมาจากบริเวณใต้ต้นโพธิ์ ซึ่งเป็นสิ่งของที่ประชาชนนำไปบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ยืนยันไม่มีผู้ร่วมขบวนการ และไม่ได้ตรวจนับจำนวนทองคำที่ได้ไป ทราบภายหลังจากการติดตามข่าว

ด้าน พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติราชการกองบัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า เจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามทรัพย์สินที่ถูกนำไปจำหน่าย และขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามกฎหมาย รวมถึงผู้ที่ให้ความช่วยเหลือในการขายทองและพาหลบหนี พร้อมระบุว่าในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ ตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหาส่งศาลขออำนาจฝากขังต่อไป

















