คนร้ายอยู่ยาก!? คณะเชิดสิงโต "จ๋อแจ๊ะจับโจร" ตำรวจปลอมตัว ตะครุบหัวขโมยมีหมายจับ คางานวัดฉลองตรุษจีน พบประวัติยาเสพติดและลักทรัพย์ 9 คดี

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.69 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบยาเสพติด, พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ศักดิเดช กัมพลานุวงศ์ ผกก.สน.ประชาชื่น, พ.ต.ท.วิทวัส แสงเพิ่ม รองผกก.สส.สน.ประชาชื่น, พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.ประจบ ศรีแสง สว.สส.สน.ประชาชื่น, พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น. และ สน.ประชาชื่น ร่วมกันสืบสวนจับกุมตัวนายอดิศักดิ์ หรือ โจโจ้ อายุ 33 ปี (บุคคลไม่มีทะเบียนราษฎร์) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาลงวันที่ 18 ก.พ. 69



โดยกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์ในเคหสถาน และบุกรุกเคหสถาน” จับกุมได้ที่ ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี จับกุมวันที่ 18 ก.พ.69 เวลาประมาณ 19.15 น.

พบประวัติก่อเหตุจำนวน 9 คดี ดังนี้
1.วันที่ 23 เม.ย.62 ถูกจับกุมข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1ฯ” พื้นที่ สน.ประชาชื่น
2.วันที่ 10 มิ.ย.62 ถูกจับกุมข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1ฯ” พื้นที่ สน.สายไหม
3.วันที่ 13 ก.ค.64 ก่อเหตุ “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานฯ” พื้นที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ภ.จว.นนทบุรี
4.วันที่ 9 พ.ค.64 ก่อเหตุ “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” พื้นที่ สน.ประชาชื่น
5.วันที่ 7 มิ.ย.64 ก่อเหตุ “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” พื้นที่ สน.ประชาชื่น
6.วันที่ 1 ม.ค.68 ก่อเหตุ “ร่วมกันบุกรุกในเคหะสถาน” พื้นที่ สภ.เมืองนนทบุรี
7.วันที่ 4 ก.พ.69 ก่อเหตุ “ลักทรัพย์ในเคหสถานฯ” บุกเข้าบ้านนายตำรวจระดับ ผกก. พื้นที่ สน.ประชาชื่น
8.วันที่ 5 ก.พ.69 ก่อเหตุบุกเข้าไปในบ้าน ผกก.ท่านเดิมอีกครั้ง พื้นที่ สน.ประชาชื่น
9.วันที่ 7 ก.พ. 69 ก่อเหตุบุกเข้าไปในบ้าน ผกก.ท่านเดิม เป็นครั้งที่ 3 พื้นที่ สน.ประชาชื่น

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 69 เวลา 22.00 น. ณ บ้านริม ถ.ประชาชื่น นายตำรวจระดับ ผกก. สังกัด บช.น. เป็นผู้เสียหาย ได้กลับมาถึงบ้านแล้วพบว่าทรัพย์สินภายในบ้านหายไปหลายรายการ เช่น พระเครื่องจำนวนมาก, พระบูชาขนาด 12 นิ้ว 2 องค์ และอีกหลายรายการ พบร่องรอยการถูกงัดแงะภาย จึงเดินทางไปแจ้งความที่ สน.ประชาชื่น โดยยังไม่ทันจะแจ้งความเสร็จ คนร้ายได้กลับมาก่อเหตุเป็นครั้งที่ 2 ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าคนร้ายจะต้องกลับมาก่อเหตุอีก จึงวางแผนที่จะจับกุมคนร้ายด้วยตัวเองโดยในช่วงเช้าของวันที่ 7 ก.พ. 69 คนร้ายได้กลับมาที่เกิดเหตุอีกครั้ง ทว่าคนร้ายเห็นฝ่ายผู้เสียหายกำลังซุ่มจึงไหวตัววิ่งหลบหนีโดยระหว่างวิ่งหลบหนี “ปั่นประสาท” ด้วยการยิ้มท้าทายให้กล้องวงจรปิด เยาะเย้ยผู้เสียหาย ก่อนหลบหนีเข้าไปในชุมชนบ่อฝรั่ง ถ.ประชาชื่น แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ รวมการก่อเหตุทั้งสามครั้งได้ทรัพย์สินไปมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., พ.ต.อ.ศักดิเดช กัมพลานุวงศ์ ผกก.สน.ประชาชื่น ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น และ ชุดยาเสพติด บช.น. (ศอ.ปส.บช.น.) ลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามคนร้ายในพื้นที่ชุมชนบ่อฝรั่ง แต่คนร้ายไหวตัวทัน หอบผ้าวิ่งหลบหนีออกจากชุมชน หนีการจับกุมไปได้อย่างฉิวเฉียดอีกครั้ง ในการสืบสวนติดตามยากลำบาก เพราะคนร้ายเป็น “คนเถื่อน” อยู่ในแก๊งหัวจ่ายยาเสพติด สถานะไร้ตัวตน ทีมสืบสวนแกะรอยเปลี่ยนจากหาคนเป็นหาของกลางนานเกือบสัปดาห์ กระทั่งได้พบพระเครื่องจนทราบผู้ขายฉายา “โจโจ้” ชอบไปตามวัดย่านบางบัวทอง นนทบุรี กระทั่งทีมสืบสวนได้พบกับคนร้ายที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ย่านบางบัวทอง แต่คนร้ายระวังตัวตลอดเวลา เมื่อได้สบตากับทีมสืบสวนเห็นท่าทางคล้ายทรงสืบ คนร้ายจึงได้วิ่งหลบหนีไปคลาดกับทีมสืบสวนไปได้ 3 ครั้ง

“ต้องไม่มีครั้งที่ 4” พล.ต.ต.ธีรเดชฯ สั่งการวางแผนการจับกุมด้วยแผนการพลางตัวสุดแยบยลเพื่อเข้าถึงตัวคนร้ายโดยมิให้รู้ตัว กระทั่งวันที่ 18 ก.พ.69 ชุดสืบสวนสืบทราบว่าคนร้ายนัดหมายกับกลุ่มเพื่อนเพื่อจะไปมั่วสุมยาเสพติดตามวัด จึงวางแผนกระจายตามวัด โดยทีมสืบสวนปลอมตัวเป็นคณะเชิดสิงโตอยู่ในงานประจำปี ณ วัดชื่อดังแห่งหนึ่งใน ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เพื่อสังเกตการณ์ตามล่าคนร้าย กระทั่งช่วงค่ำ ทีมสืบสวนได้ไล่แสกนหน้าบุคคลภายในวัดพบกับชายต้องสงสัยใบหน้าคล้ายคนร้ายมาปรากฏตัวภายในวัด ครานี้ทีมสืบสวนจะไม่ปล่อยให้คนร้ายวิ่งหลบหนีได้อีก ทีมสืบสวนในบทบาทคณะสิงโตจึงค่อยๆ เชิดสิงโตเข้าไปใกล้ๆ กับคนร้าย จนประชิดตัวร้าย ก่อนล้อมรวบจับคนร้ายได้ในที่สุด โดยคนร้ายยังอยู่ในอาการงุนงง หลังจับกุมตรวจสอบพบว่าคนร้ายคือ นายอดิศักดิ์ หรือ โจโจ้ อายุ 33 ปี ตรวจพบว่าเคยต้องโทษคดีเกี่ยวกับ ยาเสพติด และ การลักทรัพย์ เป็นจำนวน 6 คดี จากการขยายผลชุดสืบสวนได้ยึดของกลางได้หลายรายการ และสืบทราบว่า นายอดิศักดิ์ฯ เป็นบุคคลที่ไม่มีทะเบียนราษฎร์เนื่องจากครอบครัวมิได้ไปแจ้งเกิด และใช้ชีวิตพเนจรมาตั้งแต่อายุเพียง 11 ปี อาศัยการลักเล็กขโมยน้อยเพื่อนำเงินไปซื้อยาเสพติดเสพ

หลังจับกุมตัวได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายและทำการขยายผลเพื่อติดตามทรัพย์สินคืนผู้เสียหายต่อไป