ตร.เชื่อผู้ต้องหากบดานลาดหลุมแก้ว ปิดล้อม 6 จุด ระดมกำลัง 178 นาย ย้ำอย่าคิดสู้ เร่งประชาสัมพันธ์พบเบาะแสโทร 191 ขณะที่ พลเมืองดีแจ้งเบาะแส พบรถผู้ต้องหาถูกจอดทิ้งในหมู่บ้านดัง ย่านลาดบัวหลวง

พลตำรวจตรีอรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยความคืบหน้ากรณีผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและมีปัญหากับภรรยาในพื้นที่ สภ.ห้วยใหญ่ จังหวัดชลบุรี เมื่อช่วงกลางดึกคืนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ต่อมาเวลา 01.30 น. ของคืนวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ผู้ต้องหาได้เดินทางกลับไปยังบ้านของพ่อตาแม่ยาย ก่อนก่อเหตุจับตัวพ่อตาเป็นตัวประกัน พาขึ้นรถกระบะมุ่งหน้าอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กระทั่งเวลาประมาณ 04.00 น. พ่อตาของผู้ต้องหาได้ตัดสินใจกระโดดลงจากรถ บริเวณตลาดเกรียบ ในพื้นที่อำเภอบางปะอิน ก่อนหลบหนีกลับบ้านและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไปรับตัวครอบครัวมาอยู่ที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว เพื่อความปลอดภัย

รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ยืนยันด้วยว่า กระแสข่าวที่ระบุว่าผู้ต้องหาไปควงปืนหน้าโรงเรียนวัดบัวสุวรรณประดิษฐ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนของบุตรผู้ต้องหา ไม่เป็นความจริง และไม่พบพฤติการณ์ตามที่มีการเผยแพร่

ต่อมาเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว เข้าตรวจค้นบ้านของผู้ต้องหา พบอาวุธปืนจำนวน 7 กระบอก โดยเป็นอาวุธปืนที่มีชื่อผู้อื่นเป็นเจ้าของ ไม่ใช่ของผู้ต้องหา และไม่พบตัวผู้ต้องหาในที่พัก คาดว่าภายหลังจากพ่อตาหนีลงจากรถได้แล้ว ผู้ต้องหาได้ขับรถหลบหนีทันที ไม่ได้ย้อนกลับมาที่บ้าน

ล่าสุดมีพลเมืองดีแจ้งพบรถของผู้ต้องหา ถูกจอดทิ้งไว้ภายในหมู่บ้านส่องแสง พื้นที่อำเภอลาดบัวหลวง แต่ไม่พบตัวผู้ต้องหา โดยจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกับอำเภอลาดหลุมแก้ว เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่าผู้ต้องหายังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่อำเภอลาดหลุมแก้วและพื้นที่ใกล้เคียง

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดล้อมทุกจุดต้องสงสัย ตั้งด่านจุดสกัดรวม 6 จุด ใช้กำลังตำรวจทั้งสิ้น 178 นาย จัดชุดติดตาม 3 ชุด และหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรภาค 1 อีก 2 ชุด พร้อมกระจายกำลังดูแลความปลอดภัยโรงเรียนในพื้นที่อำเภอลาดหลุมแก้วทั้ง 14 แห่ง

เจ้าหน้าที่เชื่อว่า สถานการณ์มีสัญญาณที่ดี และคาดว่าจะสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากมั่นใจว่าผู้ต้องหาอยู่ภายในวงล้อมของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตามยังคงต้องเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากผู้ต้องหามีอาวุธปืนติดตัว 1 กระบอก และมีประวัติก่อคดีหลายคดี ได้แก่ ปี 2553 คดีลักทรัพย์ 53 คดี ในพื้นที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว ปี 2556 คดีครอบครองยาเสพติด สภ.ลาดหลุมแก้ว ปี 2558 คดีเสพยาเสพติดและวิ่งราวทรัพย์ สภ.ประจันตคาม และปีเดียวกันคดีชิงทรัพย์ สภ.เมืองปทุมธานี โดยหากผู้ต้องหาคิดต่อสู้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามยุทธวิธีทันที พร้อมฝากถึงผู้ต้องหาว่า “อย่าคิดสู้” ขอให้เข้ามอบตัวโดยสงบ

ด้านนายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า ได้สั่งการฝ่ายปกครองท้องถิ่นให้เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยทุกโรงเรียนในจังหวัดปทุมธานี ไม่จำกัดเฉพาะ 14 โรงเรียนในพื้นที่ลาดหลุมแก้วที่มีการประกาศก่อนหน้านี้ พร้อมประสานทุกช่องทางเพื่อให้ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวโดยเร็ว ส่วนจะมีการประกาศปิดโรงเรียนเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้หรือไม่นั้น จะต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้งตามความเหมาะสม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนช่วยสังเกตชายอายุประมาณ 30 ปี ตามภาพถ่ายที่เผยแพร่ หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือมีเบาะแส สามารถโทรแจ้งสายด่วน 191 ได้ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป