ปปง. ส่งสำนวนคดีใหญ่ ก๊ก อาน / เบน สมิธ / ยิม เลียก / เฉิน จื้อ ให้อัยการสูงสุด พิจารณายึดทรัพย์สิน 13,074 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน ยืนยันพิจารณาทรัพย์สินทันส่งศาลแพ่งตามกรอบเวลา 90 วัน ภายในวันที่ 1 มีนาคม

วันที่ 17 ก.พ. 2569 เมื่อเวลา 11.00 น. นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. พร้อมด้วยนายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และโฆษกสำนักงาน ปปง. ได้เดินทางมายังสำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก เพื่อส่งมอบสำนวนคดีสำคัญ 4 รายคดี ในความผิดที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาชญากรรมข้ามชาติ และฟอกเงิน รวมมูลค่าประมาณ 13,074 ล้านบาท ให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน โดยมีนางเยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เป็นผู้รับมอบ

สำหรับทั้ง 4 รายคดีที่ ปปง. โดยคณะกรรมการธุรกรรม ได้มีมติเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ให้ส่งเรื่องต่อพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่ดำเนินการยึดและอายัดตกเป็นของแผ่นดิน ประกอบไปด้วย

1. รายคดี น.ส.เแตงไทยฯ กรณีนายยิม เลียก นางวิรินยาฯ นายเบน สมิธ และ น.ส.แคทรียาฯ กับพวก ได้หลอกลวงผู้เสียหาย มีข้อมูลเชื่อมโยง นายยิม เลียก และพบข้อมูลการทำธุรกรรม เชื่อมโยงไปยังนายเบน สมิธ ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน

โดยในคดีนี้ ได้ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 68 รายการ เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์ เรือยอชท์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท

2. รายคดี นายเฉิน จื้อ กับพวก สำนักงาน ปปง. ได้ตรวจสอบพบข้อมูลเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล เชื่อมโยง นายเฉิน จื้อ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจข้ามชาติในประเทศกัมพูชา

โดยในคดีนี้คดี ได้ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 96 รายการ เช่น ที่ดิน เงินสด สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ รวมมูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท

3. รายคดี นายก๊ก อาน กับพวก สืบเนื่องจากกรณีการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน

โดยในคดีนี้ ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 89 รายการ เช่น ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 560 ล้านบาท

4. รายคดี นายเอื้ออังกูรฯ กับพวก กรณี กลุ่มมิจฉาชีพชักชวนให้ประชาชนลงทุนเทรดหุ้น ผ่านกลุ่มไลน์

โดยในคดีนี้ ได้ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 31 รายการ เช่น เงินสด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ผู้มีส่วนได้เสียได้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราว ซึ่งทางคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาแล้วว่า คำขอเพิกถอนไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด

อย่างไรก็ตาม หากมีผู้เสียหายในคดีมูลฐาน ทาง ปปง. จะส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลนำเงินหรือทรัพย์สินในรายคดีของผู้เสียหายมาคืนหรือชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป

 

 

โดยนายเสวต อภัยรัตน์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ในวันนี้เป็นการส่งสำนวนคดีทั้ง 4 คดีที่มีมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทให้สำนักงานอัยการสูงสุดนำเงินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งมั่นใจได้ว่า ทางอัยการสำนักงานคดีพิเศษที่รับผิดชอบจะดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินและยื่นคำร้องต่อศาลได้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนด ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่าจะดำเนินการอย่างเที่ยงธรรม


เช่นเดียวกับนางเยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ที่เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะนำทั้งศรีสำนวนไปมอบหมายให้กับกองคดีที่รับผิดชอบ เพื่อตั้งคณะทำงานในการตรวจสอบทรัพย์สินและข้อเท็จจริง โดยมี ปปง. มาร่วมช่วยรวบรวมข้อมูล ยืนยันว่าดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 90 วัน ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวเป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา จึงทำให้ผู้มีส่วนได้เสียไม่สามารถยื่นคำร้องขอความเป็นธรรม เป็นการพิจารณาของพนักงานอัยการฝ่ายเดียว

ด้านนายกมลสิษฐ์กล่าวว่า ทั้ง 4 คดีคณะกรรมการธุรการของ ปปง. ได้มีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ดังนั้นกรอบเวลา 90 วันจึงนับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ซึ่งจะสิ้นสุดภายในวันที่ 1 มีนาคมนี้ จึงมั่นใจว่า ทางสำนักงานอัยการสูงสุดจะพิจารณาได้ทันและไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ขอสงวนรายละเอียดที่จะเปิดเผยว่า ทั้ง 4 คดีมีเส้นเงินที่เกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกันหรือไม่ เพราะเป็นรายละเอียดในสำนวนคดี แต่ยืนยันว่า ทั้ง 4 คดีนั้นเราแยกเป็นคนละสำนวนกัน แต่เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์เหมือนกัน

 

 

ขณะที่นายวิทยา เปิดเผยว่า กรณีการยื่นสำนวนในวันนี้เป็นเรื่องของการดำเนินการทางด้านทรัพย์สินในความผิดคดีอาญามูลฐาน แยกคนละส่วนกับการดำเนินคดีอาญาความผิดมูลฐานที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ดังนั้น ปปง. จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีอาญามูลฐาน แต่ก็นี่มีการประสานงานข้อมูลทางคดีระหว่างกันกับทางตำรวจ

ส่วนประกอบการพิจารณา 90 วัน รวมถึงการพิจารณาคำร้องของศาลแพ่งหรือไม่นั้น นายวิทยาเปิดเผยว่า กรอบเวลา 90 วันครอบคลุมเพียงแค่ชั้น ปปง. อัยการ และการส่งคำร้องต่อศาลภายในระยะเวลาดังกล่าวเท่านั้น แต่การพิจารณาของศาลนั้นไม่อยู่ในกรอบเวลา 90 วัน

ดังนั้น จึงต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาในชั้นศาลว่าจะพิจารณาคำร้องและรับฟังพยานหลักฐานอย่างไรอย่างไร หากฝั่งผู้มีส่วนได้เสียได้ตั้งทนายความมาโต้แย้ง ก็อาจจะมีรายละเอียดในการต่อสู้ในชั้นศาลมากขึ้น ดังนั้นระยะเวลาในการมีคำสั่งตามคำร้องจึงใช้เวลานานพอสมควร โดยผู้มีส่วนได้เสียสามารถต่อสู้ได้จนถึงชั้นฎีกา

สำหรับประเด็นที่ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินทั้ง 4 คดีได้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินนั้น ทางคณะกรรมการธุรกรรมได้พิจารณาคำชี้แจงแล้ว พบว่าไม่สามารถตอบได้ว่า ทรัพย์สินเหล่านี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอย่างไร เมื่อไม่สามารถตอบประเด็นคำถามดังกล่าวได้ คณะกรรมการจึงยกคำร้องดังกล่าวและพิจารณาส่งคำร้องให้ศาลดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงาน ปปง. เตรียมออกประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ผู้เสียหายทั้ง 4 คดีสามารถส่งคำร้องขอคุ้มครองสิทธิ์เพื่อนำมาสู่การเฉลี่ยทรัพย์สินได้ในเร็ว ๆ นี้ โดยจะมีกรอบระยะเวลา 90 วันนับตั้งแต่วันประกาศ ซึ่งทาง ปปง. จะดำเนินการรวบรวมคำร้องของผู้เสียหาย เพื่อส่งให้พนักงานอัยการ ก่อนร้องขอต่อศาลเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ไม่ให้ทรัพย์สินส่วนของผู้เสียหายตกเป็นของแผ่นดินต่อไป