แพทย์เผย "น้องนิว" เหยื่อกระสุนกลุ่มวัยรุ่นในงานประจำปีวัดใน จ.ชัยภูมิ กระสุนเจาะหน้าผากฝังลึก 8 ซม. ถึงก้านสมอง ซึ่งเป็นจุดตายผ่าตัดนำกระสุนออกไม่ได้ ทำได้เพียงผ่าตัดประคองอาการ ยังไม่รู้สึกตัว ครอบครัวหวังปาฏิหาริย์
จากกรณีเหตุสลดกลางงานหมอลำประจำปี วัดแห่งหนึ่งใน อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เมื่อกลางดึกวันที่ 14 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยนายสหรัฐ หรือ "นิว" อายุ 16 ปี ถูกกระสุนปริศนาเข้าแสกหน้า นอนจมกองเลือด เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำส่งโรงพยาบาลภูเขียวเฉลิมพระเกียรติอย่างเร่งด่วน

ล่าสุด น้องนิว อาการยังคงอยู่ในขั้นวิกฤต ณ ห้อง ICU โรงพยาบาลศรีนครินทร์ โดยนางยุพิน อายุ 42 ปี อาของน้องนิว เปิดเผยด้วยความโศกเศร้าถึงอาการล่าสุดว่า ขณะนี้น้องนิวยังไม่รู้สึกตัว บาดแผลจากกระสุนมีความรุนแรงอย่างมาก โดยผลการตรวจพบว่า "กระสุนฝังลึกเข้าไปในกะโหลกถึง 8 เซนติเมตร จนถึงตำแหน่งก้านสมอง" ซึ่งเป็นจุดตาย ทำให้ทีมแพทย์ไม่สามารถผ่าตัดนำหัวกระสุนออกมาได้ เพราะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตทันที
เบื้องต้นแพทย์ได้ผ่าตัดเปิดกะโหลกเพื่อทำความสะอาดบาดแผล ดูดเลือดที่คั่งออกจากสมองเพื่อลดความดันและป้องกันการติดเชื้อ เฝ้าระวังอาการในห้อง ICU อย่างใกล้ชิด โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะกลับมาเป็นปกติได้หรือไม่

"นิวเป็นเด็กดีมาก เหล้ายาไม่ยุ่ง บุหรี่ไม่สูบ คอยดูแลปู่ที่ป่วยอยู่บ้านอย่างดีเสมอ แม้ฉันจะเป็นเพียงอาแต่ก็รักเหมือนลูกในไส้ ไม่คิดเลยว่าคนดีๆ อย่างเขาจะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ตอนนี้ทำได้เพียงขอพรและหวังให้ปาฏิหาริย์มีจริง ให้ความดีที่เขาทำส่งผลให้เขากลับมาหาครอบครัวอีกครั้ง" นางยุพิน กล่าวทิ้งท้าย
ขณะที่ หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สุขสันต์ ไตรทิพย์ รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ได้ลงพื้นที่สั่งการชุดสืบสวนแกะรอยจากกล้องวงจรปิดทันที จนสามารถกดดันและจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด 3 ราย ประกอบด้วย นายธราเทพ อายุ 24 ปี (มือปืน) และเยาวชนชายอายุ 18 ปี อีก 2 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาดพกพา 1 กระบอก

จากการสอบสวน นายธราเทพ ผู้ต้องหา ให้การอ้างว่า ตนเองตั้งใจมารับรุ่นน้อง 2 คนที่ไปเที่ยวงานแล้วเกิดเขม่นกับกลุ่มของผู้บาดเจ็บจนไม่กล้ากลับบ้าน เมื่อเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุเห็นท่าไม่ดีและมีการโต้เถียงกัน จึงตัดสินใจชักปืนยิงลงพื้นเพื่อเปิดทางหวังข่มขู่ แต่กระสุนกลับพลาดเป้าไปเจาะหน้าผากนายสหรัฐจนล้มทั้งยืน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาหนักแก่นายธราเทพ ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันกับพวกอีก 2 ราย ในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร แล้วส่งตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

















