เปิดใจ "ทีมพเนจร" พลเรือนสุดเก่งกาจ มือคุมโดรนพิฆาตสั่งตาย "เขมร"

"ทีมพเนจร" มือโดรนสังหาร ในสถานการณ์ไทยถูกรุกรานจากกัมพูชา

แม็กซ์ กฤษฎากร ภูกาบเงิน ได้พูดคุยกับนายสิทธิพล คงยิ่งหาร หรือกัปตันปิงค์ ทีมพเนจร ทราบว่าเป็นหนึ่งทีมสำคัญในการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา จนสามารถทวงคือผืนแผ่นดินไทยกลับมาได้อีกครั้ง

ทำไมต้องพเนจร?
นายสิทธิพล เปิดเผยที่มาของชื่อทีมพเนจร ว่า พวกตนไม่ใช่ทหาร แต่จุดเริ่มต้นมาจาก ทีมตอบโต้ภัยพิบัติที่จะเดินทางไปในทุกที่ที่มีภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้ น้ำท่วม ซึ่งตอนนั้นเป็นคนที่ชื่นชอบการเล่นโดรนอยู่แล้ว ซึ่งใช้งานและฝึกฝนมาร่วม 10 ปี จนกระทั่งมาที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งได้รับการประสานงานเข้ามาช่วยเหลือ เนื่องจากตนเป็นครูสอนการใช้โดรนกับผู้เข้าศึกษา ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และกองทัพภาคที่ 2

จุดเริ่มต้น สู่ การเปลี่ยนแปลง
จากประสบการณ์ที่สูง ความสามารถที่โดดเด่น จนต้องต้องผันตัวเข้ามาช่วยภารกิจเพื่อชาติ นายสิทธิพล เผยว่าในวันแรกที่ก้าวเข้าไปทำภารกิจรู้สึกกลัว เพราะปกติจะอยู่ที่นอกเขตการสู้รบ แต่เมื่อผ่านไปก็พบว่ามีประชาชนเป็นผู้สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ทำให้ตนตั้งใจยืนหยัดสู้ ซึ่งภารกิจแรกเริ่มต้นที่ เนิน 677 ช่องอานม้า และเป็นครั้งแรกที่ภารกิจล้มเหลว จนต้องสูญเสียโดรนรบข้างกาย เนื่องจากหย่อนระเบิดเสร็จแล้ว โดรนเจอการสกัดจากเครื่องแอนตี้โดรนของฝ่ายกัมพูชา ทำให้ตกและเกิดเพลิงไหม้ และในการปะทะครั้งแรกสูญเสียโดรนไปทั้งหมด 3 ลำ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่นำโดรน มาพัฒนาจนสามารถนำมาสู้รบอย่างมีประสิทธิภาพได้ในการปะทะครั้งที่สอง

ชีวิตเฉียดตาย ในหน้าแนว
ในการปะทะครั้งที่ 2 ทีมพเนจร ได้มาประจำการที่เนิน 350 ปราสาทตาควาย ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ต้องประสานกันตลอดเวลา และพบอุปสรรคจำนวนมากในการปฏิบัติภารกิจ การในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้โชคดีไม่มีการสูญเสียเกิดขึ้นกับทีมพเนจร แต่ทุกครั้งที่เข้าไป ในพื้นที่ ทุกคนพยายามฟังผู้เชี่ยวชาญพื้นที่ทุกครั้ง แต่ก็มีนาทีเฉียดตายของทีมพเนจร หลังเข้าไปปักหลักที่ปราสาทตาควาย ฝ่ายกัมพูชาได้ยิง BM-21 เข้ามาไม่ยั้งซึ่งตกไม่ห่างจากทีมพเนจรปักหลักอยู่ ครั้งนั้นพบว่าแรงอัดกระแทกเข้ามาที่บริเวณหน้าอกจนทำให้แน่นบริเวณหน้าอก นอกจากนี้ยังมีที่เขาพระวิหาร หลังจากทำภารกิจและฝ่ายตรงข้ามจับตำแหน่งได้ทีมออกมาได้เพียง 5 นาที ก็โดนยิง BM-21 ตามไล่หลัง ส่วนขณะนั้นมองกระจกหลังพบกลุ่มควันจาก BM-21 ไล่ตามหลังเป็นระยะ โดยตลอดการปฏิบัติภารกิจที่แนวหน้า ครอบครัวต่างเฝ้าส่งกำลังใจ ด้วยความเป็นห่วง แต่ยังสนับสนุนในการทำภารกิจอย่างเต็มที่

"ทีมพเนจรยึดหลักในใจว่า คนเราเกิดมาก็ต้องตาย ในวันนี้ได้รับโอกาสมาเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจรบกับพี่น้องทหาร ร่วมปกป้องแผ่นดินไทย โอกาสนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าเราต้องเสียชีวิต อย่างน้อยเราก็เสียชีวิตในภารกิจการปกป้องแผ่นดินไทย" นายสิทธิพล กล่าว

เมื่อถามว่าภูมิใจแค่ไหน ที่ได้เข้ามาทำภารกิจปกป้องผืนแผ่นดินไทย นายสิทธิพล เปิดใจว่า รู้สึกภูมิใจมากที่ได้มีโอกาสทวงคืนพื้นแผ่นดินไทยกลับมา และได้ช่วยปกป้องทหารร่วมรบในหลายสมรภูมิ ดีใจที่ได้ช่วยทุกพื้นที่ที่ทีมพเนจรได้ไป ส่วนทีมพเนจรหลังปฏิบัติภารกิจต่างก็มีวิธีการฮีลใจให้สหายร่วมรบกันตลอด เพื่อไม่ให้เกิดความเครียด

ส่วนการนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ เข้ามาใช้ในภารกิจปกป้องเอกราช แม้จะมีมูลค่าหลักหมื่นไม่ถึงล้าน แต่ด้วยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญและศักยภาพของผู้ควบคุมก็สามารถเข้าจู่โจมอาวุธยุทธโธปกรณ์หลักร้อยล้านได้

สุดท้าย นายสิทธิพล ได้ฝากถึงคนไทยว่า อยากให้คนไทยมีความสามัคคีกัน ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม หากเราสามัคคีกัน ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี พร้อมอยากขอบคุณคนไทยที่ดูแลคอยส่งเสบียงให้ตลอดการสู้รบที่หน้าแนว