"ฟีนิกส์ทีม" ทีมนกอมตะ ผู้คุมโดรนหย่อนไข่ใส่เขมร เผยนาทีสูญเสียสหายรบ 6 ชีวิต สานต่อเจตนารมณ์เพื่อคนไทยและผืนแผ่นดินไทย

แม็กซ์ กฤษฎากร ภูกาบเงิน ทีมข่าวออนไลน์ ช่อง 8 เดินทางเปิดใจ “พันเอก ณัฐกร เรือนติ๊บ” เสนาธิการ กองพลทหารราบที่ 4 ผู้บังคับหน่วยอากาศยานไร้คนขับทางยุทธวิธี กองพลทหารราบที่ 4 ขึ้นสมทบ กองกำลังสุรนารี ปฏิบัติงานในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ จังหวัดอุบลราชธานี, ศรีสะเกษ และ สุรินทร์ ภายหลังจากการเข้าปฏิบัติภารกิจ พร้อมกับฟีนิกซ์ทีม จากกองทัพภาคที่ 3

 

 

ฟีนิกซ์ทีม จุดเริ่มต้นจากความศรัทธา
พันเอก ณัฐกร เผยที่มาของ "ฟีนิกส์ทีม" มาจากนกฟีนิกซ์ ที่เป็นนกอมตะ ซึ่งมีความเชื่อว่าไม่มีวันตายหรือหากตายก็จะฟื้นขึ้นมาใหม่ ซึ่งเทียบกันกับทหารที่อยู่กันด้วยจิตวิญญาณ และความเชื่อนำทาง เพราะชีวิตไม่รู้จะตายเมื่อไหร่ ทำให้ตระหนักว่าทรัพย์สินเงินทอง หรือยศถาบรรดาศักดิ์จะไม่มีค่าในสนามรบ ซึ่งสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจได้คือความเชื่อและความศรัทธาในการปกป้องผืนแผ่นดินและพี่น้องประชาชน ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของทีม ที่ต้องสร้างนักบินโดรนหรือเครื่องมือที่ต้องสูญเสีย "ฟีนิกซ์" จึงเป็นความเชื่อของการไม่ยอมแพ้ จากการรวมตัวของทีมที่ใช้ระยะเวลามากว่า 3 ปี ที่คอยฝึกฝน บ่มเพาะและพัฒนายุทธวิธีด้วยอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ซึ่งหากมีการฝึกผู้เข้าร่วมทีมใหม่ ก็ใช้เวลาเพียงแค่ 45 วัน ก่อนจะประจำการออกรบได้

แผ่นดินที่แลกด้วยเพื่อนร่วมทีม
เมื่อถึงจุดที่ทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยจากผู้รุกราน พันเอก ณัฐกร เปิดเผยถึงอดีตที่แสนเจ็บปวด เมื่อต้องสูญเสียทีมร่วมรบถึง 6 นาย ในสนามรบที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและความเสี่ยง ซึ่งการรบแต่ละครั้งต้องใช้วิธีการและยุทธวิธีในการรบที่หลากหลาย เพราะโดรนมักถูกเป็นเป้าทางการทหารในทุกวัน แต่ทุกคนจะยืนหยัดเจตนารมณ์ในการทำภารกิจ คือช่วยเหลือพี่น้องทหารหน้าแนวไม่ว่าจะเป็นหน่วยไหน เพื่อความปลอดภัย และลดขีดความสามารถของฝ่ายตรงข้าม เพราะการใช้อากาศยานไร้คนขับ สามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่นและทำงานที่อยู่ในวงจำกัดได้เป็นอย่างดี

"เราทำงานกันด้วยหัวใจ เรารักษาอุดมการณ์ และสืบสานความเชื่อมั่นของสหายพวกเราที่สูญเสียไป คนที่อยู่ก็ทำหน้าที่ต่อไป เพื่อแผ่นดินของเราและเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน" พันเอก ณัฐกร กล่าว

โดรนหลักหมื่น ทำลายอาวุธหลักล้าน
ส่วนเรื่องของการปฏิบัติการทางทหารโดยการใช้อากาศยานไร้คนขับ ที่มีมูลค่าตั้งแต่หลักหมื่นขึ้นไปจนถึงหลักล้าน แต่ประสิทธิภาพในการทำงานกลับสูงจนน่าตกใจเพราะสามารถเข้าจู่โจม และทำลายอาวุธมูลค่าหลักสิบล้านถึงร้อยล้านได้

"ในใจของเราเวลาเราทำภารกิจ สิ่งที่เราคิดคือหนึ่งพี่น้องประชาชน สองคือผืนแผ่นดินของเราที่บรรพบุรุษรักษาไว้ มาถึงยุคของเราเราก็ต้องรักษาไว้ คำที่เคยบอกว่าเราจะไม่สูญเสียพื้นแผ่นดินแม้แต่ตารางนิ้วเดียว คำนี้เป็นความจริงในความรู้สึกของทหารทุกคน"

สุดท้าย พันเอก ณัฐกร ได้ฝากข้อความถึงประชาชนคนไทยว่า อยากให้พี่น้องคนไทยรักกันสามัคคีกัน คนไทยไม่ว่าอยู่ภาคไหนก็ตาม แต่เราโชคดีที่อยู่ในประเทศไทย อยู่บนพื้นแผ่นดินที่สงบสุข อยากให้พวกเรามุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน ประเทศไทยเราจะพัฒนาก้าวหน้าไปกว่านี้อีกเยอะ ส่วนถ้าเกิดการสู้รบในครั้งที่ 3 ก็อยากให้ประชาชนได้มั่นใจ เพราะฟีนิกซ์ทีมยังอยู่ในพื้นที่ อีกทั้งทีมยังมีการพัฒนาอยู่ตลอด หากหยุดเมื่อไหร่เสมือนว่าเราต้องถอยหลัง ซึ่งตนก็เชื่อมั่นในประเทศไทย เชื่อมั่นในคนไทยทและเชื่อมั่นกองทัพไทย ไม่ว่าจะเกิดความขัดแย้งในพื้นที่ไหน เราสามารถที่จะสู้และได้รับชัยชนะได้