ลงดาบ! สั่ง "ผู้กองแขก" ออกราชการทันที พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เซ่นปมคดีปล้นเงิน 8 แสน กัญชา 100 กิโลกรัม
จากกรณีกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างเป็นตำรวจ บุกใช้หมายค้นปล้นร้านจำหน่ายกัญชาในเขต ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี กวาดเงินสด 8 แสน พร้อมของกลางกว่า 100 กิโลกรัม ล่าสุดศาลจังหวัดปทุมธานีได้อนุมัติหมายจับยกแก๊ง 5 รายนั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 14 ก.พ. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ร.ต.อ.ปองภพ รองสว.ฝอ.บก.น.2 หรือผู้กองแขก มีกรณีถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยต้องหาคดีอาญาในข้อหา ร่วมกันปลันทรัพย์ โดยมีอาวุธโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ตามคดีอาญาที่ 90/2569 ลงวันที่ 12 ก.พ. และถูกจับกุมเมื่อวันที่ 13 ก.พ. เวลา 12.00 น. ที่ผ่านมา ลงนามคำสั่งบก.น.2 ที่ 57/2559 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ลงวันที่ 13 ก.พ.69 มอบหมายให้ พ.ต.อ.สราวุธ บุตรดี ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น. ปฏิราชการ บก.น.2 เป็นประธาน และคณะกรรมการ ดำเนินการสอบสวบพิจารณาตาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ.2547 ให้แล้วเสร็จ แล้วเสนอสำนวนการสอบสวนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ถ้าคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่ากรณีมีมูลว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดใช้ยอย่างร้ายแรง
ในเรื่องอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในคำสั่งนี้ หรือกรณีที่การสอบสวนพาดพิงไปถึงข้าราชการตำรวจผู้อื่นและคณะกรรมการสอบสวนพิจารณาในเบื้องตันแล้วเห็นว่าข้าราชการตำรวจผู้นั้นมีส่วนร่วมกระทำการในเรื่องที่สอบสวนนั้นอยู่ด้วยให้ประธานกรรมการรายงานมาโดยเร็ว
ล่าสุด ผบก.น.2 ลงนามคำสั่ง บก.น.2 ที่ 58/2569 เรื่องให้ออกจากราชการไว้ก่อน มีเหตุให้พักราชการได้ตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ.2547 ข้อ 3 (1) คือ ถูกตั้งกรรมการสอบสวน หรือต้องหาว่ากระทำผิดอาญาญา
โดยผู้กระทำความผิดเป็นข้าราชการตำรวจ มีหน้าที่และอำนาจในการรักษาความสงบเรียบร้อยความปลอดภัยของประชาชน ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา แต่กลับต้องหาว่ากระทำผิดทางอาญาเสียเอง ถ้าให้คงอยู่ในหน้าที่ราชการอาจเกิดการเสียหายแก่ราชการ และได้พิจารณารณาแล้วเห็นว่าการสอบสวนพิจารณาคดีที่เป็นเหตุให้สั่งพักราชการนั้นจะไม่แล้วเสร็จฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในม.105 ม.131 และม.179 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ.2565 ประกอบกับ กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งพักราชการละการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ.2547 ข้อ 8 เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดมีเหตุที่พักราชการตามข้อ 3 และผู้มีอำนาจตามม.105 หรือผู้บังคับบัญชาอื่นตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ ก.ตร. แล้วแต่กรณี พิจารณาเห็นว่าการสอบสวนพิจารณา หรือการพิจารณาที่เป็นเหตุที่อาจถูกสั่งพักราชการนั้น จะไม่แล้วเสร็จโดยเร็วผู้มีอำนาจดังกล่าวจะที่จะสิ่งให้ผู้นั้นออกจากราชการไว้ก่อนก็ได้
ดังนั้น จึงให้ ร.ต.อ.ปองภพ ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. ซึ่งเป็นวันที่ถูกจับกุมและถูกควบคุมตัว ตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ.2547 ข้อ 6 (1) อนึ่ง ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามคำสั่งนี้ มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค.ตร. ได้ตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ม.141 ภายใน 30 วัน นับแต่วันรับทราบคำสั่งและหากประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งหรือคำวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังศาลปกครองภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือรับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือภายใน 90 วัน นับแต่วันพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้ ร้องขอทราบผลการวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อไป

















